FootNote:ถามถึง บทบาท สังคมสงเคราะห์ กับความเดือดร้อน ของ”ชาวบ้าน”
ไม่ว่าการเข้ายึดอาหารอันเกิดขึ้นที่ภูเก็ต ไม่ว่าการเข้ายึดอาหารอันเกิดขึ้นที่ย่านหัวลำโพง ไม่ว่าการเข้ายึดอาหารอันเกิดขึ้นที่ย่าน พระปฐมเจดีย์ นครปฐม
ได้เสนอคำถามและกลายเป็น “ปรัศนี”ใหญ่ในหัวใจและความเป็นจริงของสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส
ไม่เพียงเป็นคำถามต่อตำรวจ หากเป็นคำถามต่อเทศกิจ
ประเด็นมิได้อยู่เพียงแต่ว่าตำรวจและเทศกิจอาศัยอำนาจอะ ไรเข้าไปจัดการ หากแต่อยู่ที่ว่าสภาพความเป็นจริงที่ชาวบ้านประสบอยู่เป็นอย่างไร
ทำไมจึงเกิดภาพชาวบ้านไปชุมนุมกันที่สวนลุมพินี ทำไมจึงเกิดภาพการเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรับเงินและอาหาร
กลายเป็นภาพจากทุกหย่อมย่านในขอบเขตทั่วประเทศ
ในฐานะที่ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองพุทธ ภาพแรกที่คนนึกถึงย่อมเป็นภาพของวัดวาอาราม ความมีน้ำใจ ในฐานะที่วัดเป็นที่พึ่งพิงในทางจิตวิญญาณ
ภาพต่อมาคือ คนนึกถึงการสังคมสงเคราะห์ นึกถึงบทบาทของกรมประชาสงเคราะห์
กรมประชาสงเคราะห์อันเคยเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย และต่อมาได้เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
หากมีสภาพอย่างที่เห็น ณ สวนลุมพินี กลุ่มแรกที่ควรเข้าไปแสดงบทบาทคือนักสังคมสงเคราะห์จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ไม่ใช่ “ตำรวจ” ไม่ใช่”เทศกิจ” ไม่ใช่การใช้กำลัง หากแต่เป็นการช่วยเหลือและเยียวยาบนฐานแห่งเมตตาธรรม
สภาพความเป็นจริงอันสัมผัสได้จากคิวยาวเหยียดเป็นกิโล ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบนถนนย่านเพชรเกษม ไม่ว่าจะเป็นบนถนนย่านดอนเมือง
สะท้อนให้เห็นความหนักหนาอย่างสาหัสของปัญหาความอดอยาก ความเดือดร้อนของชาวบ้าน
สะท้อนให้เห็นความหนักหนาอย่างสาหัสกระทั่งเกินกำลังและความสามารถของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเข้าไปแสดงบทบาท
หรืออีกด้านหนึ่งก็สะท้อนภาวะไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวของนักสังคมสงเคราะห์ที่เคยมีบทบาท เคยมีความหมาย