ขยาย บทเรียน

จากสถานการณ์ “ฉุกเฉิน”

บทเรียน ภาคใต้

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

ขยายบทเรียน – ประเทศไทยกำลังเดินย่ำรอยไปกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตัวอย่างที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ การประกาศและบังคับใช้สถานการณ์ “ฉุกเฉิน” นับแต่ปลายเดือนมีนาคม และมีการขยายออกไปในเดือนพฤษภาคม

นี่ย่อมเหมือนอย่างยิ่งกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการประกาศและบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินนับแต่หลังสถานการณ์ปล้นปืนเมื่อเดือนมกราคม 2547

จนทุกวันนี้ก็ยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ “ฉุกเฉิน”

คําถามก็คือ ผลจากสถานการณ์ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างไร

หากรับฟังจากทางราชการไม่ว่าจากรัฐบาล ไม่ว่าจากกองทัพบก ไม่ว่าจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ไม่ว่าจากกองทัพภาคที่ 4

แถลงตรงกันว่าสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นผลดี

แต่ทั้งๆ ที่แถลงว่าภายใต้การประกาศและบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นผลดี แต่ก็มีการยืดและขยายการประกาศและบังคับใช้จากปี 2547 กระทั่งปี 2563

ท่ามกลางการก่อเหตุร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า

ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรการ “เข้ม” ย่อมตามมาเป็นเงา

มาตรการ “เข้ม” เพื่อต้องการปราบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ก็ส่งผลข้างเคียงกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อปิดเมือง ปิดงาน ปิดอาชีพ ก็ย่อมขาดรายได้

ความเดือดร้อนจึงกลายเป็นโรคระบาดอย่างใหญ่ เห็นได้จากการฆ่าตัวตายรายวัน เห็นได้จากการเข้าแถวรอรับการบริจาค เห็นได้จากการไปออหน้ากระทรวงการคลัง

นี่คือผลอันตามมาจากการปิดเมือง ปิดงาน

ปัญหาและความขัดแย้งในสังคมเริ่มขยายจากเศรษฐกิจกลายเป็นการเมือง

ความเดือดร้อนจากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 เด่นชัดอยู่แล้ว เมื่อประสบเข้ากับมาตรการ “เข้ม” ยิ่งหนักหนาสาหัส

ความหงุดหงิดจึงปรากฏโดยตรงต่อรัฐบาล ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน