FootNote:ยุทธการโหดในพลังประชารัฐ ทำไมต้องเชือด‘กลุ่ม 4 กุมาร’
หากมองจากที่”กลุ่ม 4 กุมาร” นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เคยรับใช้ทั้งหลังรัฐประหาร ทั้งเมื่อได้รับภารธุระ ให้มาจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ
ปฏิบัติการ “ขับ” ให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการ พรรคครั้งนี้ค่อนข้างจะรุนแรง
ความรุนแรงมิได้อยู่ที่ 18 กรรมการบริหารพรรคลาออก
หากอยู่ที่ความเป็นจริงที่ว่าภายในกรรมการบริหารพรรคที่ไม่มีชื่อว่าลาออกนั้นมีอีกจำนวนหนึ่งเหมือนกับจะยืนอยู่ข้างเดียวกับ “กลุ่ม 4 กุมาร”
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แสดงบทบาทในการกดดันให้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พร้อมกับนำจำนวน ส.ส.มาข่มขู่โดยตลอด
ไม่ว่าจะเป็น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ไม่ว่าจะเป็น นายสุชาติ ชมกลิ่น ไม่ว่าจะเป็น นายอนุชา นาคาศัย
ทำไม”กลยุทธ์”ครั้งนี้จึงมากด้วย”ความโหด”
ถามว่าปฏิบัติการปล่อยข่าวให้”หลุด”ออกมาครั้งแรก เป็นปฏิบัติการโดยฝ่ายใด และมีเจตนประสงค์ทางการเมืองอะไรซ่อนแฝง
ในเมื่อเป็นปฏิบัติการปล่อยข่าวให้”หลุด”ออกมาจากสื่อเครือข่ายของ “กลุ่ม 4 กุมาร”
ทำไมคนระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่รู้
ยิ่งเมื่อทั้ง นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ออกมาวิพากษ์การเมืองใหม่ การเมืองเก่า ด้วยตนเองดังที่ปรากฏในหน้า 2 มติชน
ยิ่งทำให้เกิดความหงุดหงิด ยิ่งทำให้จำเป็นต้องปล่อยจำนวน 18 กรรมการบริหารพรรคที่ยื่นใบลาออกอันส่งผลโดยอัตโนมัติให้ กรรมการบริหารพรรคชุดเก่าต้องอยู่ในฐานะ”รักษาการ”
จึงไม่แปลกที่จะปรากฏความหงุดหงิดออกมาจากกองเชียร์อย่าง”ป้าเสรี” อย่าง “ลุงชูชาติ”
ตำหนิการเคลื่อนไหวในพรรคพลังประชารัฐว่าเป็น”น้ำเน่า”
ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการของ”ซุนวู” ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการของ “36 กลยุทธ์” ทั้งหมดล้วนสะท้อนสัจจะในทาง การเมือง สัจจะในทางการทหาร
นั่นก็คือ ดำรงอยู่บนพื้นฐานแห่งบทสรุป “การศึกมิหน่ายเล่ห์”ครบถ้วน
เพียงแต่เมื่อเป็นการเมืองจึงมิได้หลั่งเลือด
แต่ที่แน่นอนอย่างที่สุดก็คือ เป้าหมายอันเป็นเหยื่อในทางการเมืองย่อมเป็น”กลุ่ม 4 กุมาร”
ทุกอย่างจึงดำเนินไปในแบบ”หยิกเล็บ”เจ็บ”ถึงเนื้อ”