เลิกเคอร์ฟิว-คงฉุกเฉิน : คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
เลิกเคอร์ฟิว-คงฉุกเฉิน – ข้อเสนอให้ทดลองการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เป็นเวลา 15 วัน แต่ยังคงบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ สะท้อนความต้องการของหน่วยงานความมั่นคงที่ยึดมั่นอยู่กับการใช้กฎหมายพิเศษ
คณะกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาการ ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการฯ ป้องกันโควิด อยากทราบผลทดลอง 15 วัน ว่าประชาชน จะยอมให้มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่ หากรัฐยอมยกเลิกเคอร์ฟิว ไม่มีด่านความมั่นคง ไม่มีการกำหนดเวลาเข้าออกเคหสถานเพื่อใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หลักเกณฑ์สำหรับสรุปผลการทดลองนี้คือฟังเสียงตอบรับจากประชาชนและสังคม
น่าสนใจว่าการเปิดฟังเสียงประชาชนแต่ทำในช่วงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้หน่วยงานรัฐได้ยินเสียงชัด และตรงข้อเท็จจริงหรือไม่
พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกอ้างว่ามีความจำเป็น เพราะกฎหมายปกติไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการในเรื่องที่ฉุกเฉินหากมีการแพร่ระบาดของโรคได้ เพราะหน่วยงานรัฐจะเข้าไปดำเนินการได้อย่างบูรณาการ
น่าสงสัยว่า หากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว หน่วยงานรัฐไม่อาจบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือประสานงานกันได้อย่างคล่องตัวในช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เช่นนั้นหรือ
เมื่อระยะต่อไปในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ หน่วยงานรัฐยิ่งต้องประสานงานกันมากขึ้น ร่วมมือกันมากขึ้น และขับเคลื่อนไปทิศทางเดียวกันให้แข็งขันขึ้น ต้องอาศัยกฎหมายพิเศษใดอีกหรือไม่
แม้ว่าชื่อของพ.ร.ก.ฉุกเฉินควรจะใช้ในเวลาฉุกเฉินเท่านั้น แต่กลับเป็นกฎหมายที่ถูกวิจารณ์ว่ามีผลข้างเคียงกับกิจกรรมและความเคลื่อนไหวทางการเมือง นับจากรำลึกเหตุการณ์พฤษภา 53 ไปถึงการร้องเรียนความเดือดร้อนของคนกลุ่มต่างๆ จากผลกระทบโควิด-19
ยิ่งเมื่อประชาชนให้ความร่วมมือกับการควบคุมโรคระบาดมานาน รัฐควรต้องเกรงใจประชาชนมากขึ้นและหาทางคลี่คลายบรรยากาศเข้มงวดที่ไม่มีผลต่อการควบคุมโรค
ไม่ใช่ให้ประชาชนเคยชินการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ แล้วได้ยินเสียงแว่วไปเองว่า ประชาชนรับได้กับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน