FootNote : กลุ่มอำนาจใหม่ พลังประชารัฐ ปฏิบัติการ ล้างบาง ‘4 กุมาร’
พลันที่ “กลุ่ม 4 กุมาร” ไม่ว่า นายอุตตม สาวนายน ไม่ว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ไม่ว่า นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ยื่นใบลาออกจากรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ
นั่นหมายถึง “ยุทธศาสตร์” การกดดันอันเริ่มต้นภายในพรรคพลังประชารัฐประสบความสำเร็จ
ความจริง “กลุ่ม 4 กุมาร” โดยเฉพาะ นายอุตตม สาวนายน น่าจะมีความสำเหนียกตั้งแต่มีนายทหารระดับ “พลเอก”คนหนึ่งมาแจ้งว่าควรจะลาออกจากหัวหน้าพรรค
เพราะเด่นชัดอย่างที่สุดว่า นายทหารระดับ “พลเอก”นายนั้นปฏิบัติตามคำสั่งของ “นาย”
แต่แทนที่ นายอุตตม สาวนายน และ “กลุ่ม 4 กุมาร”จะตระหนักว่าเสียงกระซิบเบาๆ นี้มีความจริงจังมากน้อยเพียงใด กลับไม่ยอมรับ อย่างง่ายดาย
ตรงกันข้าม กลับเปิดปฏิบัติโต้กลับอย่างดุเดือดและรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
สัมผัสได้จากข่าวปล่อยที่ “หลุด”ผ่านสื่อใน “เครือข่าย”
จากข่าวที่ทางด้าน “กลุ่ม 4 กุมาร”ดำเนินปฏิบัติการ IO ด้วยความมั่นในใจพลานุภาพของสื่อในเครือข่าย และด้วยความมั่นใจในภาพลักษณ์ทางการเมืองของฝ่ายตน
อีกฝ่ายจึงเพิ่มมาตรการ “เข้ม”ในการกดดันด้วยการจัดการให้ 18 กรรมการบริหารยื่นใบลาออก
เท่ากับพรรคพลังประชารัฐต้องจัดการปัญหาใน 45 วัน
และยังไม่ถึง 45 วันด้วยซ้ำไปด้วยความสามารถของมือกฎหมายระดับเอ้ ในวันที่ 27 มิถุนายน ที่ประชุมสามัญพรรคพลังประชารัฐก็ดำเนินการกวาดล้างออกไปอย่างชนิดเรียบอาวุธ
ไม่เหลือแม้กระทั่ง นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ไม่เหลือแม้กระทั่ง นายชวน ชูจันทร์
หมากสุดท้ายของ “กลุ่ม 4 กุมาร”คือลาจาก “พลังประชารัฐ”
หมากนี้เท่ากับโยน “เผือกร้อน”เข้าไปในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งเป้าหมายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นด่านหน้า ไปราวีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ผลที่สุดไม่เพียงแต่ “กลุ่ม 4 กุมาร”จะต้องอำลา แม้กระทั่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ไม่อาจรักษาตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไว้ได้
นี่คือการถอยจนสุดหนทางของ “กลุ่ม 4 กุมาร”
เจ็บหนักยิ่งกว่าที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และคณะเคยประสบเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ด้วยซ้ำไป