FootNote : บทบาทของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับแนวโน้มใหม่ในการปรับครม.
เด่นชัดแล้วว่า แนวโน้มที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งมีความเป็นไปได้สูงอย่างสูงยิ่ง
เพียงแต่ว่าจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือว่าจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น
นี่คือความจำเป็น นี่คือ “ล็อก”ที่กำหนดไว้
เหตุผลเพราะการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 เป็นไปในกระสวนเดียวกันกับกรณีของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และกรณีของ นายวิษณุ เครืองาม
นั่นก็คือ เป็นการดำรงตำแหน่งในโควตากลางอันเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จึงย่อมแตกต่างไปจากโควตาของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
จึงย่อมแตกต่างไปจากโควตาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
แต่ในเดือนกรกฎาคม 2563 สถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปลี่ยนไปแล้ว
นับแต่วันที่ 27 มิถุนายนเป็นต้นมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คือหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พรรคอันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การพิจารณาตำแหน่งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงต้องเหมือนกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
หากมีการปรับครม.เมื่อใดก็หมายความว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะต้องดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและควบกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งซึ่งสำคัญ
ประเด็นอยู่ที่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม หรือจะเป็นกระทรวงมหาดไทย
นี่ย่อมเป็นแนวโน้มและทิศทางใหม่ของการปรับครม.
ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไปควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นั่นย่อมขึ้นอยู่กับภารธุระอันเป็นเป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐ
เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จักต้องยินยอม