เป่านกหวีดมาก่อน – กิจกรรมเดินเท้าไปชุมนุมหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ชู 3 นิ้ว ผูกโบขาว รวมถึงเป่านกหวีดต่อหน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมตะโกนให้ลาออก เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เป็นความท้าทายต่อบรรดาผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจในระบบราชการและการเมือง
การแสดงออกของกลุ่มนักเรียนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีครูอาจารย์บางแห่งพยายามขัดขวางการทำกิจกรรม และใช้อำนาจของความเป็นผู้ใหญ่ต่อเด็ก
ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของกลุ่มนักเรียนครั้งนี้ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างครูกับเด็กกรณีใดกรณีหนึ่ง
แต่บ่งบอกถึงความกดดันภายใต้บรรยากาศถูกกดทับและปิดกั้นด้วยระบบอำนาจนิยมโดยรวม
การที่เด็กหยิบยกประเด็นว่ารัฐมนตรีเองเคยเป่านกหวีดมาก่อน เคยร่วมขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งจนนำไปสู่เหตุการณ์รัฐประหาร จากนั้นได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นบทสรุปที่มาจากการศึกษาเหตุการณ์จากข้อมูลข่าวสารที่ไหลเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ตั้งแต่ปี 2556
กระบวนการศึกษาและเรียนรู้ที่อยู่นอกหลักสูตรดังกล่าวเป็นความท้าทายสำหรับครูและบุคลากรในแวดวงการศึกษาอย่างยิ่ง
วิธีการสอนให้ท่องจำแบบเรียนที่ปราศจากการปลุกให้เด็กคิดและวิจารณ์ หรือการข่มขู่ให้เคารพเชื่อฟังโดยไม่เป็นเหตุเป็นผล อาจใช้การไม่ได้อีกต่อไป
ปัญหาที่น่าวิตกขณะนี้คือฝ่ายผู้มีอำนาจหรืออิงแอบอำนาจ ต่างพูดซ้ำๆ ว่าเยาวชนที่เคลื่อนไหวขณะนี้มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ถูกล้างสมอง หรือเฮโลทำตามเพื่อน เพราะกลัวถูกบูลลี่
หากรัฐบาลไม่พยายามที่จะสื่อสารกับเยาวชนให้เข้าใจ ช่องว่างความแตกต่างนี้จะห่างกันออกไปเรื่อยๆ และเกิดความเข้าใจผิดเรื่อยๆ
สำหรับผู้ที่ยืนกรานว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน หรือเคยเป่านกหวีดมาก่อน ควรเข้าใจด้วยว่าสถานการณ์ขณะนี้มาถึงจุดที่ผู้ใหญ่ต้องปรับตัวและยอมรับความจริง
หากจะอบรมสั่งสอนแนะนำเด็ก ผู้ใหญ่ต้องทำตัวให้เป็นที่น่าเคารพและแสดงออกว่าตั้งใจจะฟังเด็กอย่างจริงใจ