สามัญสำนึก – แม้รัฐบาลย้ำอยู่เสมอว่าภารกิจสำคัญอันดับแรกตอนนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่ชัดเจนกว่า กลับเป็นการตามจับกุม แกนนำหรือสมาชิกที่ร่วมการชุมนุมยื่นเรียกร้องด้านประชาธิปไตย 3 ข้อหลายต่อหลายคน
ความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเปรียบเทียบกับอีกหลายๆ กรณีที่เป็นข้อบกพร่อง รวมถึงกรณีบอส อยู่วิทยา กรณีพบบ่อนกลางกรุง หรือกรณีที่เจ้าหน้าที่ไปข้องแวะกับอาชญากรรมเสียเอง
ส่วนการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมตอนเย็นตอนค่ำแล้วคุมตัวเอาไว้ที่โรงพักทั้งคืนก่อนจะนำตัวไปฝากขังกับศาลในวันถัดมา เป็นเทคนิคกฎหมายที่ผู้รักษากฎหมายย่อมรู้ว่าจะทำให้ประชาชนรู้สึกอย่างไร
มีประเด็นปัญหาหลายเรื่องย้ำว่าเจ้าหน้าที่และรัฐบาลควรใส่ใจกับการทำงาน มากกว่าไปไล่จับคนเห็นต่าง
ไม่ว่า กรณีกระทรวงการคลังกำลังเผชิญกับภาวะเงินคงคลังเหลือน้อยมาก เนื่องจากไม่มี รายได้ จึงอาจมีเงินไม่เพียงพอในการใช้จ่ายของประเทศ
หรือ ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยชี้ว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือนจนถึงสิ้นปี ธุรกิจเอสเอ็มอีอาจปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน
ด้านกลุ่มทำงานเพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนเผยว่า ปี 2563 ภาคเรียนที่ 1 มีนักเรียนสมัครขอรับทุนเสมอภาคเกิน 1.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 จากปีก่อน สะท้อนว่าครัวเรือนยากจนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ไม่เท่านั้น คดีปล้นชิงทรัพย์ไปจนถึงอาชญากรรมร้ายแรงก็ปรากฏเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน
การที่กลุ่มประชาชนทำกิจกรรมแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ ไม่มีความรุนแรง จึงเป็นภารกิจที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างเหมาะสม พร้อมมอบหมายแนวทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงาน
ปัจจัยและเงื่อนไขที่จะเป็นตัวตัดสินว่าทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม คือหลักการประชาธิปไตย
แม้รัฐบาลจะมีกฎหมายมากมายสำหรับจัดการกับมวลชน และกลุ่มผู้ประท้วง แต่หลักพื้นฐานว่าจะเลือกใช้กฎหมายตัวใดคือสามัญสำนึก
ต้องเป็นสามัญสำนึกด้านประชา ธิปไตยด้วย