FootNote:ท่าที ต่อกรณีของรัฐธรรมนูญ สถานการณ์เสาร์ 19 กันยายน
ยิ่งมองผ่านกรณีของ “เรือดำน้ำ” ยิ่งมองผ่านกรณีของ”เหมืองทองอัครา” ก็จะมองเห็นท่วงท่าและอาการต่อกรณีแก้ไข”รัฐธรรมนูญ”ว่าจะดำเนินไปอย่างไร
จะแตกต่างก็เพียงแต่ว่า กรณีของ”เรือดำน้ำ”รัฐบาลยอมถอยและกรณี”เหมืองทองอัครา”รัฐบาลอาจเปิดเกมรุก
เพียงแต่จะรุกด้วยกระบวนท่าอย่างไรทางการเมืองเท่านั้น
ยิ่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมจากพรรคร่วมรัฐบาลยื่นไปถึงมือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งมองเห็นว่ากรณีของรัฐธรรมนูญมิได้เป็นเรื่องรีบด่วน
หากแต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการในทางรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภา รวมถึงกลไกอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกลไกประชามติกลไกศาลรัฐธรรมนูญ
นี่จะเป็นบททดสอบอย่างสำคัญยิ่งในทางการเมือง ทั้งจากฝ่ายของรัฐบาลและจากฝ่ายค้านว่าจะเป็นไปอย่างไร
เป็นบทบาทของการเมืองในหนทาง”รัฐสภา”
บทเรียนอย่างสำคัญมิได้เป็นบทเรียนต่อพรรคการเมืองฝ่ายค้านในระบบรัฐสภาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นบทเรียนอันร้อนแรงต่อกระบวนการเคลื่อนไหวนอกระบบรัฐสภาอีกด้วย
ความหวังของการเคลื่อนไหวนอกระบบรัฐสภาหากตั้งความหวังไว้กับการต่อสู้ไปตามระบบก็ต้องเล่นตามเกมของอีกฝ่าย
เหมือนกับการต่อสู้ในประเด็นร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งเด่นชัดอย่างยิ่งว่าฝ่ายรัฐบาลมีความเหนือกว่าเป็นอย่างสูง
เพียงจำนวน”กรรมาธิการ”ที่มาจากคณะรัฐมนตรี 18 มาจากพรรคร่วมรัฐบาล 30 ขณะที่มาจากพรรคฝ่ายค้านเพียง 24 ก็เห็นอยู่แล้วว่าฝ่ายของรัฐบาลเหนือกว่าถึง 1 เท่า
หากยึดกุมจำนวนกรรมาธิการเป็นหลัก ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของรัฐบาลเท่านั้น
กรณีของการแก้ไขเพิ่มเติม”รัฐธรรมนูญ”ก็ไม่มีอะไรแตกต่าง
คำถามก็คือ พรรคฝ่ายค้านที่สำคัญไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะสรุปบทเรียนนี้อย่างไร
คำถามนี้ยังต่อเนื่องไปยัง”เยาวชน/ประชาชนปลดแอก”ด้วย
คำตอบของคำถามนี้จึงมิได้อยู่ที่การเคลื่อนไหวรายวันในท่วงทำนองที่ต่างฝ่ายต่างเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของตนเท่านั้น
หากแต่ยังเสนอต่อการเคลื่อนไหวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วย
นั่นก็คือวันที่ 19 กันยายน ณ ธรรมศาสตร์ รังสิต