จากวันที่ 25 สิงหาคม มายังวันที่ 5 กันยายน เป็นเวลา 11 วันยังไม่มีอะไรคืบหน้า

ต่อการหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แนวโน้มและความเป็นไปได้อาจมิใช่หนทางเดียวกันกับกรณี การหายตัวไปของ บอส กระทิงแดง

หากแต่น่าจะเอนไปในแบบของ “พระธัมมชโย”

เพียงแต่กรณีของ “พระธัมมชโย” นั้นเมื่อ “หายตัว” แล้วก็ทะยานไปสู่กระบวนการ “ล่องหน”

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น่าจะ “หายตัว” ชั่วคราว

เมื่อผ่านพ้นจากวันที่ 27 กันยายน ไปแล้ว “คำตอบ” น่าจะเผยแสดงออกมา

วันที่ 28 กันยายน จึง “ระทึกใจ” อย่างยิ่งยวด

 

อาจเพราะประเมินสถานการณ์ หลังวันที่ 27 กันยายน ว่าน่าจะทวีความร้อนแรง

จึงปรากฏอาการ “ขยับ” จาก “ประชาธิปัตย์”

ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่า นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ล้วน ออกมา “เทคแอ็คชั่น”

ตีตรงไปยัง “พาสปอร์ต”

รุกไล่ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุกไล่ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ

พร้อมกับ “เหตุผล” เบ้อเริ่มเทิ่มประเคนให้ “คสช.”

เพราะหากหลังวันที่ 25 กันยายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เปิดตัวพร้อมกับขอ”ลี้ภัย”

คสช.และรัฐบาลนั่นแหละจะเป็น “จำเลย”

 

ความเงียบอันมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงดำรงอยู่ในแบบคลื่นใต้น้ำ

จึงเรียกร้อง “ความแจ่มชัด” เป็นอย่างสูง

แปลกอย่างยิ่งที่แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะอยู่ในฐานะ “จำเลย” มาตั้งแต่ต้น

แต่ตอนนี้ก็เริ่มกวาดเอา “คสช.” พลอยเป็น “จำเลย” ไปด้วย

เพียงคำว่า “เงื่อนไขพิเศษ” เพียงคำว่าคสช.เปิด “ไฟเขียว” การหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เปิดโล่งตลอดแนวชายแดน

แค่นี้ “คสช.”ก็เหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่งแล้ว”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน