FootNote:สถานะคณะกรรมการสมานฉันท์ กับสถานะของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การปรากฏขึ้นของอย่างน้อย 3 อดีตนายกรัฐมนตรีภายใน “คณะกรรมการสมานฉันท์” เริ่มสร้างความหงุดหงิดให้กับบางส่วนภายใน พรรคพลังประชารัฐขึ้นแล้ว
นั่นเพราะสัมผัสได้ในความรู้สึกที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นสำคัญ
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงว่า อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะดำเนินไปอย่างไรในทางการเมือง
ยิ่งหาก นายชวน หลีกภัย ก้าวจากการส่งเทียบเชิญ”อดีต”นายกรัฐมนตรีไปยัง”อดีต”ประธานสภา ไม่ว่าจะเป็น นายอุทัย พิมพ์ใจชน ไม่ว่าจะเป็น นายอาทิตย์ อุไรรัตน์
คำถามก็คือ จะมีปฏิกิริยาขยายออกไปจากพรรคพลังประชารัฐ ถึงภายในรัฐบาลอย่างไร
นี่ย่อมเป็นการรุกของ”คณะกรรมการสมานฉันท์”เด่นชัด
เป็นการรุกเพียงแต่เผยแสดง”โครงสร้าง”บางโครงสร้างออกมาให้เป็นที่ปรากฏเบื้องหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่าลืมเป็นอันขาดว่าก่อนหน้าข้อเสนอในเรื่อง”คณะกรรมการสมานฉันท์”จะเกิดขึ้นจากข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ
นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้เคยเสนอความเห็นให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนอื่น
และคนอื่นนั้นเป็นชื่อของ นายอานันท์ ปันยารชุน
หากเมื่อใดการก่อรูปของ “คณะกรรมการสมานฉันท์” ประสบผลสำเร็จโดยพื้นฐานโดยมีชื่อของ นายอานันท์ ปันยารชุน วางเรียงเคียงข้างกับชื่อของ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์
ขณะที่ชื่อของ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ชื่อของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ชื่อของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แวดล้อมอยู่โดยรอบจะเกิดปฏิกิริยาอย่างไรจากรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ
คำถามก็คือ ปฏิกิริยานั้นจะส่งผลสะเทือนไปยังการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่
คำถามหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายในการเคลื่อนไหวของ”คณะกรรมการสมานฉันท์” ก็คือจะวางบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไรในระหว่างการหารือเพื่อหาทางออก
นั่นก็คือ จะยังนั่งอยู่ในตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” หรือไม่
นับวัน คำถามอันมีจุดเริ่มจาก”คณะราษฎร 2563″กำลังจะกลายเป็นคำถามอันแหลมคมยิ่งในสังคมไทย