FootNote:อนาคตของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ เส้นทางแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”

มีคนจำนวนมากให้ความสำคัญต่อบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีอา ศัยอยู่บ้านหลวงแม้พ้นจากตำแหน่งผบ.ทบ.ไปแล้ว
ลงความเห็นว่าคำวินิจฉัยในวันที่ 2 ธันวาคมจะเป็นปัจจัยชี้อนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี
นั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ยังมีมากกว่านั้น
การประชุมรัฐสภาในวันอังคาร 17 และวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เพราะการลงมติใน 2 วันนี้ไม่เพียงแต่จะสะท้อนบทบาทของ 250 ส.ว.ว่าเป็นอย่างไร หากยังสะท้อนบทบาทของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐด้วยว่าจะเลือกเดินหนทางใด
ทิศทางของ “รัฐธรรมนูญ” จะดำเนินไปอย่างไรก็จากการตัดสินใจของ 250 ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ
มติครั้งนี้จึงชี้อนาคต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปด้วย

หากดูท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานเข้ากับท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความเด่นชัดว่าไม่เคยมีความต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เลย
แต่ที่ต้องขยับขับเคลื่อนเพราะเป็น “เงื่อนไข” อันกดดันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล
กระนั้น ตลอด 1 ปีก็มิได้มีความจริงใจในการเดินหน้าเรื่องนี้
ต่อเมื่อ “เยาวชนปลดแอก” ได้ปรากฏขึ้น ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเดือนกรกฎาคม และมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องคึกคักในขอบเขตทั่วประเทศนั้นหรอกจึงได้มีการขยับขับเคลื่อน
แต่ก็เป็นการขยับขับเคลื่อนอย่างมีเหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย เห็นได้จากการเสนอให้จัดตั้ง “คณะกรรมาธิการ” ในวันที่ 24 กันยายน เห็นได้จากการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขเพิ่มเติม
บทบาทในที่ประชุมรัฐสภาครั้งใหม่จึงสำคัญและแหลมคม
สำคัญและแหลมคมว่า 250 ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐจะก้าวเดินไปภายใต้กระบวนท่าใดในทางการเมือง

หากเป็นการเดินไปในลักษณะเตะถ่วงหน่วงเวลา หรือพยายามทำลายร่างของฝ่ายค้าน ร่างของประชาชน นั่นก็มิอาจรอดพ้นไปจากสายตาและการเฝ้ามอง
นั่นย่อมสะเทือนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน