FootNote : บทเรียน หน้ารัฐสภา เกียกกาย บทเรียน หน้าธนาคาร รัชโยธิน
สถานการณ์การขว้างระเบิดและตามมาด้วยการยิงปืนเข้าใส่การ์ดอาชีวะเมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน ภายหลังการชุมนุมหน้านธนาคารไทยพาณิชย์ ย่านรัชโยธิน
คล้ายอย่างยิ่งกับที่เกิดบริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นั่นก็คือ มิได้เป็นเรื่องบังเอิญหากแต่มีการวางแผน
เห็นได้จากเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ความผิดปกติสัมผัสได้ตั้งแต่การมาของ “คนเสื้อเหลือง” โดยตำรวจปล่อยให้ยึดครองพื้นที่หลังแนวกั้น ตั้งแต่เช้ากระทั่งเย็นย่ำสนธยา
ตรงกันข้ามกับฝ่ายของ “ราษฎร” กลับประสบกับการสกัดขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดน้ำผสมสารเคมีและก๊าซน้ำตา ระลอกแล้วระลอกเล่า
กว่าจะผ่านแต่ละจุดก็ทุลักทุกเลอย่างยิ่ง หากไม่ได้เป็ดน้อยคอยคุ้มกันก็จะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้
และเมื่อถึงสถานการณ์ปะทะกันเสียงปืนก็ดังขึ้น
กล่าวสำหรับสถานการณ์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน หากไม่สำรวจตั้งแต่การตระเตรียมรับมืออย่างผิดปกติของรัฐบาลจะไม่สามารถเข้าใจได้อย่างเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเป็นการขน “คอนเทนเนอร์” ออกมาเป็นมหาปราการ ไม่ว่าจะเป็นการแปลงรูป “คนเสื้อเหลือง” เป็นชายผมเกรียน
คาดหมายได้เลยว่า การเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตยไปยังหน้าสำนักงานทรัพย์สินจะยากลำบากอย่างยิ่ง และหากผ่านไปได้ก็จะต้องพบกับแนวขวางที่เป็นชายผมเกรียน
เหตุผลในการเปลี่ยนจากสำนักงานทรัพย์สินมาเป็นบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากตระหนักในความเลวร้ายของ สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะโอกาสที่จะต้องปะทะ
แม้ว่าการชุมนุมหน้าธนาคารไทยพาณิชย์จะดำเนินไปด้วยความราบรื่น แต่เมื่อการชุมนุมยุติแผนเดิมที่กำหนดวางเอาไว้ก็ได้รับการสานต่ออย่างที่รับรู้กัน
โชคดีที่หลักฐานอันปรากฏผ่านโลก “ออนไลน์” เด่นชัดว่าใครเป็นคนเริ่ม ใครเป็นตัวการ
จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน หน้ารัฐสภา จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ย่านรัชโยธิน เป็นสัญญาณเตือนว่าความรุนแรงเกิดจากใครและจะดำเนินอย่างไรต่อไป
จำเป็นต้องวางแผนให้รอบคอบ จำเป็นต้องปรับขบวน
ปรับทั้งขบวนในทาง “ความคิด” ปรับทั้งขบวนขับเคลื่อนในทาง “การเมือง”