FootNote:กระแสรัฐธรรมนูญ สมานฉันท์ กระแสเริ่ม เงียบเหงา เศร้าซึม

ทำไมความรู้สึกในทางสังคมต่อประเด็นว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และต่อประเด็นว่าด้วยการขับเคลื่อนกรรมการสมานฉันท์ จึงดำเนินไปอย่างเรียบเรียบเรื่อยเรื่อย

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้กระแสในเรื่อง”รัฐธรรมนูญ”อึกทึกครึกโครม อย่างยิ่ง ทั้งๆที่ก่อนหน้ากระแสในเรื่อง”สมานฉันท์”คึกคักอย่างยิ่ง

คึกคักเพราะว่ามี นายชวน หลีกภัย ถือธงเดินนำหน้าต่อสายไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น นายอานันท์ ปันยารชุน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

อึกทึกครึกโครมเพราะ 1 ในจำนวนญัตติที่บรรจุอยู่ในวาระแห่งการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา คือญัตติอันเรียกกันว่าร่างรัฐธรรมนูญ”ฉบับประชาชน”เพราะมีประชาชนลงชื่อกว่า 1 แสนรายชื่อ

แต่แล้วด้วยเวลาอันรวดเร็วที่เคยเป็น “กระแส” ไม่ว่าในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าในเรื่องของคณะกรรมการสมานฉันท์ กลายเป็นกรณีธรรมดาอย่างปกติ

คนจำนวนไม่น้อย ลงความเห็นว่าทั้งหมดนี้เนื่องมาจากท่วงท่าอาการทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ

ต่อญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีการลงมติรับ 2 ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและของพรรคฝ่ายค้าน แต่ที่น่าเสียดายก็คือตีตกร่างอันเรียกขานว่า”ฉบับประชาชน”ตกไป

เด่นชัดว่าไม่เพียงเป็นการจับมือระหว่าง 250 ส.ว.กับส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หากมีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย โอเคด้วย

เท่ากับว่าฝ่ายที่กุมทิศทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็น 250 ส.ว.กับพรรคพลังประชารัฐเป็นด้านหลัก โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นกำลังพื้นฐาน

ความหมายก็คือ พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรฝ่ายค้าน เสมอเป็นเพียง”หางเครื่อง”ในทางการเมือง แทบไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยแม้กระทั่งองค์ประกอบของสสร.ก็อย่าหมาย

ยิ่งในเรื่องของคณะกรรมการ”สมานฉันท์”ยิ่งเป็นความเด่นชัด

เด่นชัดจากท่าทีไม่ว่าจะของ 250 ส.ว. เด่นชัดจากท่าทีไม่ว่าจะจากพรรคพลังประชารัฐซึ่งพร้อมจะสกัดขัดขวาง

ไม่ว่าในกรณีของ”รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าในกรณีของคณะกรรมการ”สมานฉันท์” ทำให้เห็นได้ว่า บทบาทของรัฐสภาแทบไม่มีความหมาย เพราะที่ยึดกุมคือ 250 ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ

ความสนใจจึงอยู่ที่”เยาวชนปลดแอก”จึงอยู่ที่”นอก”รัฐสภา จึงอยู่ที่การเคลื่อนไหวมวลชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน