FootNote : สนามเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ สนามทดสอบกำลังการเมือง
คล้อยหลัง นายจตุพร พรหมพันธุ์ เดินทางไปปราศรัยสนับสนุน นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่เชียงใหม่ไม่นาน ก็มีจดหมายจาก นายทักษิณ ชินวัตร เชิญชวนให้เลือก นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร
เพียงเท่านี้ก็คาดหมายได้เลยว่า สนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียง ใหม่จักต้องร้อนแรงเป็นอย่างมาก
เพราะว่า นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร ลงสมัครโดยมีเงาของพรรคเพื่อไทยทอดทะมึนอยู่เบื้องหลัง ก่อนหน้านี้ทั้ง นายสมชัย วงศ์สวัสดิ์ และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ก็เคยปราศรัยสนับสนุนมาแล้ว
เมื่อสำทับโดยจดหมายเขียนด้วยลายมือของ นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับยืนยันภาพคู่ระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
สถานะของ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร จึงย่อมจะไม่ธรรมดา
เท่ากับการแสดงออกของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สนับสนุน นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ท้าทายโดยตรงไปยังพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยอันมีเครดิต นายทักษิณ ชินวัตร รับรอง
ถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ เอาอะไรมาเป็นเครื่องค้ำยันให้กับชื่อเสียงและเกียรติภูมิในทางการเมืองของ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ว่ามีความเหมาะสมมากกว่า นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร
คำตอบก็คือ เอาสถานะแห่งความเป็นประธานนปช.ซึ่งมีเกียรติประวัติในการต่อสู้ในทางการเมืองมาอย่างยาวนาน
นี่ย่อมทำให้จำเป็นต้องทบทวนสถานะของ “นปช.”
ถามว่าภายหลังการเคลื่อนไหวต่อสู้เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ภายหลังการเคลื่อนไหวต่อสู้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 สถานะของ นปช.เป็นอย่างไรในทางการเมือง
คำตอบเห็นได้จากการต้องประสบกับคดีความมากมาย บ้างก็ติดคุก ติดตะราง บ้างก็รอดพ้น แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวในนามของ นปช.ได้เหมือนในอดีต
นับแต่ปี 2557 เป็นต้นมาก็ไม่เคยมีการประชุมตามโครงสร้าง
แม้จะยังมีประธาน แม้จะยังมีเลขาธิการ แม้จะยังมีที่ปรึกษาดำรงคงอยู่ก็ตาม
การเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ จึงเป็นสนามอันก่อให้เกิดการปะทะอย่างแหลมคมยิ่งระหว่างฝ่ายที่สนับสนุน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร กับ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์
ใครจะได้รับชัยชนะ ใครจะประสบความพ่ายแพ้ ย่อมพิสูจน์จากผลการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม