ชะตากรรมจะนะ
บทบรรณาธิการ
ชะตากรรมจะนะ – ถ้าโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา มีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง พอๆ กับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ตามแผนสร้างเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
เรื่องนี้ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ และพิเศษยิ่งกว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำที่ประชาชนจำนวนมากคัดค้านการจัดงบประมาณไปชำระในช่วงประเทศเผชิญวิกฤตผล กระทบโควิด-19
การจัดซื้อเรือดำน้ำอาศัยเหตุผลด้านความมั่นคง มีผลต่อการใช้ภาษีประชาชน ส่วนโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ มีผลกระทบที่มากกว่านั้น
ไม่เฉพาะเงินลงทุนตามที่ตั้งงบประมาณไว้ 18,680 ล้านบาท โครงการนี้ยังจะกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อมทางทะเล
รัฐต้องมีข้อมูลแสดงให้ชัดเจนก่อน และต้องไม่กล่าวหาผู้คนที่ไม่เห็นด้วยว่าขัดขวางความเจริญ
การวาดฝันอันใหญ่โตของรัฐบาลที่จะให้ประโยชน์แก่เอกชนและหน่วยงานราชการ เป็นสิ่งที่คนในชุมชนยินดีปรีดาไปด้วยหรือไม่
กระบวนการหาคำตอบนี้ต้องชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม ไม่มุบมิบ ไม่โมเม ไม่ทำลวกๆ เร่งรีบแล้วกีดกันคนไม่เห็นด้วยออกไป
การเดินทางมาประท้วงถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลของชาวบ้านและเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเวลานี้ไม่ใช่ ครั้งแรก
เป้าหมายการชุมนุมยังคงหนักแน่นว่า คัดค้านการเปลี่ยนแปลงผังเมือง 3 ตำบล คือ ต.นาทับ ต.สะกอม ต.ตลิ่งชัน ใน อ.จะนะ จ.สงขลา รวมพื้นที่ 16,700 ไร่ จากสีเขียวให้เป็นสีม่วงเพื่อเปิดพื้นที่ให้ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
รวมทั้งเรียกร้องกระบวนการรับฟังที่เป็นธรรมและเปิดรับทุกฝ่าย ไม่ใช่จัดเป็นพิธีกรรมตามที่รัฐได้ความเห็นเฉพาะที่ตนต้องการ
การใช้หน่วยงานความมั่นคงอย่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. มาเป็นฝ่ายจัดการรวบรวมเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน แต่กลับไม่เป็นที่ยอมรับของคนทุกฝ่าย มีข้อครหาเรื่องการใช้อำนาจ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องประเมินว่า เหมาะสมแล้วหรือไม่
เหตุใดเมื่อกลางปีนี้ฝ่ายความมั่นคงต้องตั้งด่าน-ปิดถนน เพื่อสกัดไม่ให้คณะของ “ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” ร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อโครงการนี้
สำหรับรัฐบาลเอง ขณะที่รณรงค์หลักเศรษฐกิจ พอเพียงอยู่ ก็ต้องตอบให้ได้เช่นกันว่า การลงทุนอย่างมโหฬารแต่กระทบวิถีชีวิตชุมชนและธรรมชาติ ขัดแย้งกันหรือไม่
หากตอบไม่ได้ อาจเกิดข้อครหาว่าคนที่อยู่บ้านหลวงย่อมไม่เข้าใจชาวบ้านที่กำลังถูกรุกไล่เข้าไปในชุมชนของเขา