FootNote:การดำรงอยู่รัฐบาลประยุทธ์ กลางเสียงร้องตะโกนออกไป
ไม่ว่าจะเป็นฤาษีเกวาลันจากเทือกเขาหิมาลัย ไม่ว่าจะเป็นเกจิพระอาจารย์ชื่อดัง ล้วนออกมาการันตีว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถอยู่ได้ครบเทอมจนถึงปี 2564
สอดรับกับโพลระดับ”ซูเปอร์”ที่ยืนยันผลงานอันโดดเด่นทั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ใครก็ตามที่ติดตามการเติบใหญ่ภายในฐานกำลังทางการเมือง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมาก็ย่อมจะเห็นด้วย
ไม่ว่าจะมองผ่านอภินิหารทางกฎหมาย โดยกฎกติกาอันกำหนดเป็นกรอบจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่ว่าจะมองผ่านกระบวนการรุกไล่ในทางการเมืองกระทั่งมีการยุบพรรคอนาคตใหม่
ก็จะประจักษ์ในความเป็นจริงเชิงปริมาณอย่างเด่นชัดยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของ 250 ส.ว.จากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า 116 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ
ที่สำคัญก็คือ ตัวเลขที่เพิ่มเข้ามาอย่างคึกคัก หนักแน่น
ต้องยอมรับว่าจำนวน 250 ส.ว.อันมาตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ คือฐานกำลังอันแข็งแกร่ง สยบไม่เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์ หากรวมถึงพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
ยิ่งกว่านั้นอภินิหารของรัฐธรรมนูญยังทำให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากอีก 10 พรรคการเมืองขนาดเล็กโดยอัตโนมัติ
ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังชาติไทย พรรคประชาสังคม พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทย พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยรักไทย พรรคประชานิยม เป็นต้น
ยิ่งกว่านั้น การยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ยังทำให้พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.เพิ่มเป็น 122 พรรคภูมิใจไทยได้ส.ส.เพิ่มเป็น 61 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ส.ส.เพิ่มเป็น 12
สรุปแล้ว ส.ส.ในมือของพรรคร่วมรัฐบาลมีมากถึง 277 ขณะที่ส.ส.ในมือของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีเหลือเพียง 212
ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะเสียงดังอย่างไรก็มิอาจล้มรัฐบาลได้
คำถามจึงอยู่ที่ว่าการอยู่ต่อจนครบวาระของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นการอยู่ด้วยกระบวนท่าแบบใดในท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่า
ในท่ามกลางกระแสเรียกร้องในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และในท่ามกลางเสียงตะโกน “ออกไป ออกไป” ดังกึกก้อง