FootNote:จังหวะก้าว สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ จังหวะแยกห่างจาก “เพื่อไทย”
ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งเพิ่งแยกตัวออกมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งดำริจะยุบเลิกองค์กร นปช.
ล้วนเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ล้วนดำเนินไปพร้อมกับการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
2 เรื่องนี้มีผลสะเทือนกับพรรคเพื่อไทยโดยตรง
แม้ระยะนี้จะไม่มีท่าทีใดๆปรากฏขึ้นจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะต่อกรณีของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไม่ว่าจะต่อกรณีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์
เนื่องจากทุกอย่างจบสิ้นลงพลันที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยื่นใบลาออก ประสานกับการเคลื่อนไหวลาออกตามมา ไม่ว่าจะเป็น นายโภคิน พลกุล ไม่ว่าจะเป็น นายวัฒนา เมืองสุข
แม้เหตุผลการลาออกของ นายโภคิน พลกุล จะรุนแรง กระนั้นในพรรคเพื่อไทยก็มิได้ตอบโต้
คงปล่อยให้การสร้างพรรคใหม่ของคนเหล่านี้ดำเนินต่อไป
ต้องยอมรับว่าการแยกตัวในลักษณะของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มิได้เป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะภายในพัฒนาการจากพรรค ไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ได้เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
ไม่ว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคประชาราช หลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
แม้ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 การยุบพรรคพลังประชาชนก็นำไปสู่การแยกตัวของกลุ่ม นายเนวิน ชิดชอบ กระทั่งเกิดพรรคภูมิใจไทยในที่สุด
ยิ่งหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 มีการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็เกิดพรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ ซึ่งล้วนเป็นการแยกตัวจากพรรคเพื่อไทย
หากจะมีการตั้งพรรคพลังสร้างไทยโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นมาอีกก็มิได้เป็นเรื่องแปลกหรือเหนือความคาดหมาย
คำถามอันเกิดขึ้นก็คือ พรรคและกลุ่มการเมืองซึ่งแยกตัวจากพรรคเพื่อไทยจะเดินแนวทางใหญ่เหมือนกับที่พรรคเพื่อไทยสืบสานมาจากพรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทยหรือไม่
นั่นก็คือ เดินแนวทาง”ประชาธิปไตย” ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ”รัฐประหาร”
หากเดินไปในทางตรงกันข้ามก็จะต้องน่าพิจารณาเป็นพิเศษ
นั่นก็คือ ยิ่งเดินยิ่งใกล้ไปกับพรรคพลังประชารัฐ แนบชิดไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา