FootNote:ในสมรภูมิไวรัสโควิด-19 ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งรับ

ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ล้วนเป็นทหาร ล้วนเคยดำรงตำแหน่ง เป็น ผบ.ทบ.

ย่อมตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า การศึกที่ประเทศกระทำอยู่กับการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ดำเนินมาอย่างไร

ใครเป็นฝ่าย “รุก” ใครเป็นฝ่าย “รับ”

ไม่ว่าจะเป็นการรุกเข้ามาระลอกที่ 1 นับแต่เดือนมกราคม 2563 อันเป็นไวรัส โคโรนา ซึ่งแพร่ระบาดมาจากเมืองหวู่ฮั่น ประเทศจีน

ไม่ว่าจะเป็นการรุกเข้ามาระลอกที่ 1 จุดแรกอันอึกทึกครึกโครมในตลาดกุ้ง สมุทรสาคร จุดต่อมาอันซึมลึกและขยายตัวอย่างรวดเร็วในบ่อนกลางเมืองระยอง

เด่นชัดว่าที่ตลาดกุ้งมาพร้อมกับ”แรงงานข้ามชาติ”จากเมียนมา เด่นชัดว่าที่บ่อนกลางเมืองระยองน่าจะมาจากตลาดกุ้ง

ความเป็นจริงในขณะนี้ก็คือ ไวรัสโควิด-19 อันถือได้ว่าเป็นข้าศึกได้รุกคืบขยายตัว แพร่ระบาดออกไปอย่างกว้างขวางมากกว่า 50 จังหวัดแล้วทั่วประเทศ

ถามว่านับแต่ต้นปี 2563 ต่อเนื่องมายังต้นปี 2564 อำนาจรัฐไทยมีอาวุธอะไรเป็นเครื่องมือในการต่อกรกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

คำตอบที่รับรู้กันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 คือการประกาศและบังคับใช้พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

คล้ายกับจากเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 การประกาศและบังคับใช้พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจะประสบความสำเร็จ

ดังที่มีการป่าวร้องจากทำเนียบรัฐบาลถือว่าเป็นผลงานชั้นยอด

กระนั้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 ขึ้นในเดือนมกราคม 2564 ที่ถือว่าเป็นความสำเร็จกลับเด่นชัดว่าคือความล้มเหลว

นั่นก็เห็นได้จากการรุกคืบของโควิดกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ

ไม่ว่าจะมองในมุมของนักการทหาร ไม่ว่าจะมองในมุมของนักการตลาด ไม่ว่าจะมองในมุมของนักการเมือง สถานการณ์ที่เห็นอย่างเด่นชัด คือสถานการณ์ใน”การตั้งรับ”

เป็นการตั้งรับภายใต้พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการตั้งรับโดยนักการทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะว่า”อำนาจพิเศษ”มิอาจกำราบ”ไวรัส”ให้สยบลงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน