ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แนะสู้โควิด-วัคซีนถ้วนหน้า

10 ม.ค. 2564 - 00:01 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หมายเหตุนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการต่อสู้กับโควิด ที่กลับมาระบาดรอบ 2 และมองถึงทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังเป็นประเด็นร้อนข้ามปี

รัฐบาลต้องชัดเจน….และต้องตระหนักว่าประชาชนไม่ใช่ภาระของประเทศ แต่ประชาชนคือประเทศ

แนะรัฐบาลยึดหลัก 2 ข้อสู้โควิด

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ มีข้อเสนอการจัดการที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปทางไหน ใช้ชีวิตอย่างไร

โดยยึด 2 หลักการสำคัญ คือ 1.ความได้สัดส่วน และ 2.การตั้งอยู่บนความเป็นธรรมและความเสมอภาค

ความได้สัดส่วน คือมาตรการที่ต้องเหมาะสม ไม่รุนแรงจนเกินเหตุ หรืออ่อนจนเกินเหตุ หากให้ประชาชนหยุดงาน ต้องชดเชยให้ได้สัดส่วนกับการเสียเวลาและโอกาสทางเศรษฐกิจ

ส่วนความเสมอภาค คือ ไม่เลือกปฏิบัติ แต่น่าเสียดายที่ในปี 2563 มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลออกมา ไม่ได้สัดส่วนและไม่เสมอภาค

ขณะเดียวกัน โลกผลิตวัคซีนมาแล้ว คำถามใหญ่คือประเทศไทยจะได้วัคซีนเมื่อไร ใครได้ฉีดวัคซีนบ้างคงเป็นโจทย์ที่นำมาสู่คำถามอันชอบธรรมทางการเมืองได้

เรื่องวัคซีนที่เป็นข่าวอยู่คือ รัฐบาลร่วมมือกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า จัดหาวัคซีนสำหรับคนไทย 26 ล้านโดส ซึ่ง 1 คนใช้ 2 โดส เพียงพอสำหรับคน 13 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด

แผนนี้เราไม่เคยได้รับรู้รายละเอียดเลยว่าคนที่เหลือจะทำอย่างไร จะจัดสรรงบประมาณอย่างไร ที่จะทำให้คนได้วัคซีนอย่างถ้วนหน้าและเป็นธรรม

คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลเคยเสนอว่า ...กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ควรตั้งงบไว้ 6.7 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดสรรวัคซีนให้คนไทยจนเพียงพอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในประเทศ แต่รัฐบาลไม่เคยกันงบประมาณส่วนนี้

นอกจากการตั้งงบประมาณให้ชัดเจนและระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนแล้ว รัฐบาลต้องระบุด้วยว่ากลุ่มคนที่จะได้มีลำดับกติกาอย่างไร สิ่งที่ควรจะเป็นคือ อันดับแรก บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตจากไวรัสมากที่สุด และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มคนที่เปราะบางที่ไม่สามารถทำงานที่บ้าน

รัฐบาลต้องชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ประเทศไทยจึงจะผ่านไปได้อย่างมีพลัง และต้องตระหนักว่าประชาชนไม่ใช่ภาระของประเทศ แต่ประชาชนคือประเทศ

แจกถ้วนหน้า 3 พัน 3 เดือน

ต่อมาคือเรื่องการเยียวยา ต้องไม่เป็นไปแบบเฉพาะกลุ่ม แต่ต้องเป็นแบบถ้วนหน้า นั่นคือการเป็นรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าชั่วคราว 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน คิดเป็นวงเงิน 4 แสนล้านบาท

งบประมาณส่วนนี้จากข้อมูลล่าสุดที่เรามีอยู่ เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทที่ได้รับอนุมัติจากสภา มีการอนุมัติโครงการได้แล้ว 4.9 แสนล้านบาท เราเสนอว่าจำนวนเงินที่เหลือ 4 แสนล้านบาท เอามาตั้งเป็นรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า ส่วนที่เหลือกันไว้เพื่อนำไปซื้อวัคซีนสำหรับทุกคน

ถ้าเป็นตามนี้ จะทำให้งบ 1 ล้านล้านบาทถูกใช้เต็มจำนวน หลายประเทศใช้วิธีนี้ คือแจกเงินถ้วนหน้าเพื่อดูแลประชาชน ซึ่งมีข้อดี คือการให้โอกาสประชาชนแก้ปัญหาชีวิตตามความจำเป็นของตัวเอง

บางครัวเรือนมีปัญหาค่าเล่าเรียนของลูกหลาน บางครัวเรือนมีปัญหาค่าเช่าบ้าน บางครัวเรือนมีปัญหาเงินกู้ การมีกรอบที่ชัดเจน จะทำให้ประชาชนนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตของแต่ละคนและวางแผนชีวิตของตัวเองได้

นอกจากนั้น รัฐต้องเป็นหัวหอกในการพาประเทศฝ่าฟันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของพฤติกรรมผู้คนและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทำได้ด้วยการออกแบบบริการภาครัฐทั้งหมดให้อยู่บนโลกออนไลน์ และออกแบบมาตรการที่จะจูงใจให้ประชาชนหันไปใช้บริการทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลากตั้งสสร.-ไทยไปต่อไม่ได้

ส่วนสถานการณ์การเมืองปีนี้ยังเป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประเด็นตั้งแต่เดือน ..

ร่างของฝ่ายค้าน ...มาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คน ร่างของฝั่งรัฐบาล ...มาจากการเลือกตั้ง 150 คน และแต่งตั้งเองอีก 50 คน ถ้าร่างของรัฐบาลผ่านน่าจะมีปัญหาแน่นอน ทำให้คนโกรธและโมโหมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นร่างของฝั่งไหนผ่านจะนำพามาซึ่งการเลือกตั้งส... ในช่วงไตรมาส 3-4 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่ประชาชนได้เลือกส...ด้วยตัวเอง

แน่นอนที่สุดผมอยากให้ร่างของฝ่ายค้านผ่านรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำคัญมากเพราะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการปฏิรูปเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศ หากรัฐบาลทำไม่ได้ ผมเกรงว่ามันจะทำให้ประเทศไทยไปต่อไม่ได้

และหากรัฐบาลยังยืนยันจะทำเช่นเดิม หมายความว่า รัฐบาลต้องการเพียง 51 เสียงจากการเลือกตั้ง 150 เสียง แต่ฝ่ายประชาชนต้องการ 101 เสียงจากการเลือกตั้ง 150 เสียง แค่นี้ก็เห็นแล้วว่ามันไม่แฟร์

หากใช้ร่างของรัฐบาล คือ ... 50 คน มาจากการแต่งตั้ง มันผิดหลักการ แล้วรัฐบาลเลือกตั้งให้ได้ 51 เสียง จาก 150 เสียง ก็สามารถกุมสภาไว้ได้ แล้วแก้เฉพาะการเลือกตั้ง การตั้งพรรค พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคไหนๆ ก็ไม่เอากฎกติกาเลือกตั้งแบบนี้เพราะมันทำไม่ได้ในความเป็นจริง

ดังนั้น หากแก้ปลดล็อกเรื่องนี้ อาจลดอำนาจส.. หรือลดอำนาจอย่างอื่นอีกนิดหน่อย พอให้เห็นถึงความชอบธรรมว่าผ่านประชามติ ...มาจากการเลือกตั้งแล้วบังคับใช้ จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้มาด้วยความชอบธรรม แต่เนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ดี

ปมแก้รธน.ดึงคนร่วมม็อบไล่ตู่

ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลกุม ...ได้ ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ก็คงไม่เปลี่ยน พวกเขาและอภิสิทธิ์ชนยังคงเป็นคนที่แต่งตั้งคนกลุ่มนี้ขึ้นมา เป็นการได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ได้ความชอบธรรม ถ้าเป็นเช่นนี้จะต่อสู้ยาก

ต้องเดินหน้ารณรงค์กันอย่างหนัก ตั้งแต่ระดับประชามติให้คว่ำร่างฉบับที่มี ... 50 คนมาจากการแต่งตั้ง และประเด็นเรื่องนี้ก่อให้เกิดการชุมนุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมมีโอกาสรวมตัวกันมากขึ้น

ถ้าจะมีวาระใดวาระหนึ่งที่ทำให้คนหรือกลุ่มผู้ชุมนุมโกรธและรวมตัวกันได้ กระแสความเรียกร้องให้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกอีกครั้ง ก็น่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญที่จะร่างใหม่นี้มีความสำคัญมาก ประเทศไทยจะได้ไปต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการในปีนี้ทั้งหมด ในแง่ทางการเมืองการรุกคืบคงไม่มีฝ่ายไหนที่จะสำเร็จ กลุ่มชุมนุมก็คงล้มรัฐบาลไม่สำเร็จ

หรือรัฐบาลจะมาปราบกลุ่มชุมนุม เอาทุกคนเข้าคุก ใช้ความรุนแรงในการปราบปราม ก็คงเป็นไปไม่ได้ สมรภูมิครั้งนี้คงเป็นแค่การยัน ทั้งในเชิงพลังและความคิด

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นหัวใจที่สำคัญมาก เป็นอนาคตของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ดังนั้น เราต้องเดินหน้ารณรงค์กันอย่างหนัก หากรัฐบาลยังคิดแต่จะหวงอำนาจ กุมอำนาจไว้ การเดินหน้าของประเทศไทยจะยากจริงๆ และถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คิดว่ารัฐบาลพล..ประยุทธ์ น่าจะอยู่ครบ 4 ปี

2 ฝ่ายยังเผด็จศึกกันไม่ได้

การเคลื่อนไหวบนถนนยังคงมีความสำคัญ ถ้าไม่มีเชื้อไฟมากกว่านี้โอกาสที่การเคลื่อนไหวบนถนนจะมีพลังในไตรมาส 3 คงจะน้อยลง ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวบนถนน คือการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นรู้ เห็นถึงปัญหาว่าไม่ใช่แค่ประชาธิปไตยหรือรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังจำเป็นต้องปฏิรูปสถาบัน

ระหว่างนักเรียน นักศึกษา ประชาชน กับรัฐบาล คงไม่มีฝ่ายไหนเผด็จศึกฝ่ายใดได้ ตรึงกันไปเรื่อยๆ รัฐบาลก็คงยัดเยียดคดี สร้างภาระในการชุมนุมมากขึ้น สร้างความ เกลียดชังผ่านโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น สร้างข้อมูลเท็จ แชร์ข่าวปลอม ทำลายความชอบธรรมของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่คงไม่มีฝ่ายใดเผด็จศึกกันได้

ส่วนในสภาก็คงงัดกันไปเช่นนี้ หน้าที่ของฝ่ายค้านก็ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มแข็งที่สุด ให้ประชาชนได้เห็นความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้

รัฐบาลของพล..ประยุทธ์ รวมทั้งกองทัพ มันล้มละลายทางการเมืองไปหมดสิ้นแล้ว ไม่มีความน่าเชื่อถือ อย่างเดียวที่ค้ำยันพวกเขาอยู่คือการอ้างสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีว่าผมล้มเจ้า ซึ่งจะเห็นได้ชัดในช่วงหาเสียงอบจ. ซึ่งรัฐบาลก็จะอ้างว่าตัวเองปกป้องสถาบัน จงรักภักดี ดังนั้น การใช้มาตรา 112 เป็นการดึงสถาบันลงมา ซึ่งอันตราย

ความขัดแย้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาหลังการรัฐประหาร 2549 ยังมีพรมแดนอื่นเยอะแยะไปหมด แต่ไม่ใช่เรื่องหลัก ยังมีเรื่องนักการเมืองดี นักการเมืองเลว มีประชาธิปไตยสุจริตการทุจริตคอร์รัปชั่น เรื่องระหว่างเมืองกับชนบท เรื่องคนมี การศึกษากับไม่มีการศึกษา

เส้นแบ่งมันมีหลายวาระทับซ้อนกัน พอกาลเวลาผ่านมาเรื่อยๆ คงเหลือวาระหลักๆ คือ เรื่องสถาบัน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลเล่นเกมแบบนี้ มันกลายเป็นเส้นแบ่งของประชาชนที่มีต่อสถาบัน ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้สร้างเกมขึ้นมาเอง

ชนะเลือกตั้งเบ็ดเสร็จชนะเผด็จการ

ส่วนการเลือกตั้งเทศบาล เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งอบจ.มา ยอมรับว่าผิดหวังและเป็นความเสียใจของคณะก้าวหน้า ที่ไม่สามารถช่วงชิงนายก อบจ. มาได้เลยแม้แต่จังหวัดเดียว ทำให้ยังมีเครือข่ายไปรับใช้เผด็จการ รับใช้บ้านใหญ่หลายๆ บ้าน

แต่ในความเสียใจยังมีความภาคภูมิใจ คือการผลักดันสมาชิกสภา อบจ.ได้มากถึง 57 คน ใน 20 จังหวัด ได้คะแนน 2.6 ล้านเสียงจาก 42 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 17 มากกว่าสมัยการเลือกตั้งปี 2562 ที่มีคะแนนนิยมร้อยละ 16.2 เราจะเดินหน้าต่อ ไม่ท้อถอย ทำงานในระดับเทศบาลต่อไป

ที่ผ่านมาคณะก้าวหน้าไม่ได้ทำงานแบบขอไปที ทำงานเชิงรุกเต็มที่ หากคณะก้าวหน้าไม่เดินหน้าหาเสียงอบจ. การเลือกตั้งครั้งนี้จะจืดไปเลย เราภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งระดับ อบจ.เราปูพื้นฐานเอาไว้แล้ว

เลือกตั้งเทศบาลและ อบต.คงต้องทำงานให้เต็มที่และหนักกว่าเดิม รูปแบบการทำงานต้องเปลี่ยนไปเพราะไม่ใช่เขตใหญ่ อบต.มีผู้มีสิทธิ์ใช้เสียงเพียงหลักพันหลักหมื่น การทำงานให้ชนะใจคนมีทางเดียวคือ พบให้ครบทุกคน

ท้ายที่สุดเราต้องชนะให้เบ็ดเสร็จในกระบวนการเลือกตั้ง ผมนึกไม่ออกว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมชนะรัฐบาลจริง พล..ประยุทธ์ ยอมลาออก สุดท้ายต้องผ่านกระบวนการทางสภาอยู่ดี ซึ่งฝ่ายค้านก็ยังไม่ใช่เสียงข้างมาก

ดังนั้น ต้องชนะที่การเลือกตั้ง และการเลือกตั้งครั้งหน้าฝ่ายต่อต้านเผด็จการต้องมีคะแนนเสียงเกิน 3 ล้านเสียง ขณะนี้เหลืออีก 2 ปีกว่า เราจะทำงานทุกวันและทำงานให้เต็มที่ที่สุด แม้มันจะยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ผมย้ำเสมอว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นมีความสำคัญมาก เพราะใกล้ชิดประชาชน ถ้าคุณสามารถเริ่มสร้างการเมืองได้ตั้งแต่ระดับฐาน อบต. เทศบาล อบจ. การที่จะชนะในระดับประเทศก็จะมีมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แนะสู้โควิด-วัคซีนถ้วนหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง