FootNote:สัญญาณตรงจาก “แรงงาน” จากคลังไปยังทำเนียบรัฐบาล
ปรากฏการณ์ทางการเมืองในเดือนมกราคมมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ ในการบ่งชี้ “สัญญาณ” แห่งความรุนแรงที่จะตามมาในท่ามกลางการเคลื่อนไหวอันหลากหลาย
ที่เคยมีการคาดหมายว่า ความเอาจริงเอาจังในการแจกประ มวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะสยบการเคลื่อนไหวการเมือง
เพราะเมื่อ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ จาดนอก เป็นต้น ต้องมัวพะวงอยู่กับการเดินเข้าๆออกๆแต่ละสน.และรอการส่งฟ้องของอัยการ
นั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่าการเคลื่อนไหวจะต้องฝ่อลง และแผ่วลงกระทั่งหมดสิ้นไปพร้อมกับชัยชนะต่อไวรัสโควิด
แต่เมื่อเห็นปรากฏการณ์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปรากฏการณ์ที่สามย่าน มิตรทาวน์ ปรากฏการณ์ที่ศูนย์การค้าไอคอนสแควร์ และล่าสุดปรากฏการณ์ที่ สน.พญาไท
เด่นชัดยิ่งว่าแทนที่จะฝ่อกลับมีความคึกคัก ต่อเนื่อง
เป็นความต่อเนื่องแม้มิได้เป็นการชุมนุม”ใหญ่” แต่ก็ดำรงอยู่อันเท่ากับยืนยันว่ามิได้แผ่วหรือฝ่อลงตามความคาดหมาย
จุดที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ จุดที่ “ราษฎร”ได้เชื่อมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับปัญหาและความเดือดร้อนในทางเศรษฐกิจของผู้ใช้แรงงานและคนจนเมือง
เห็นได้จากภาพการนัดหมายชุมนุม ณ บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง
อาจจะยังไม่สามารถระดม”มวลชน”เข้าร่วมได้มากเท่าใดนัก แต่ลักษณะพิเศษก็คือ นี่มิได้เป็นการชุมนุมของ “เยาวชน” หากแต่ด้านหลักกลับเป็นการชุมนุมของ”ประชาชน”
นี่มิได้เป็นเรื่อง “ประชาธิปไตย” อันเป็นภาพสะท้อนทางการ เมืองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 หากแต่เป็นเรื่องทาง”เศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นผลสะเทือนจากมาตรการเยียวยาระลอกหลัง
หากการเยียวยาไม่ได้ผลการเคลื่อนไหวก็จะขยายใหญ่โต
เท่ากับเป็นการประสานปัญหาในทาง”เศรษฐกิจ”เข้ากับความไม่พอใจในทาง”การเมือง”
ระเบิดอีกลูกที่จะต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือ การตัดหมายการชุมนุมในวันอังคารที่ 26 มกราคม ณ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล อันตรงกับวันประชุมครม.
นี่มิได้เป็นการนัดหมายโดย”ราษฎร” หากแต่เป็นการนัดหมายจาก”แรงงาน”เป็นการส่งสัญญาณโดยตรงไปยังรัฐบาล
เป็น “รูปธรรม” ของการยกระดับและเป้าหมาย”ชุมนุม”
ยกระดับจากที่นัดหมายหน้ากระทรวงการคลัง พัฒนาไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาล