คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
เรื่องร้องเรียน – ทุกวันนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนต่างๆ วันละประมาณ 1,000-2,000 เรื่อง
ในจำนวนนี้เป็นเรื่องบ่อนการพนันและเรื่องแรงงานผิดกฎหมาย ประมาณวันละ 15-30 เรื่อง
เรื่องเหล่านี้จะส่งต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการนายกฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูล แล้วส่งต่อไปยังคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ถ้ามีมูลความจริงก็จะนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป
กระบวนการดังกล่าวนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องระยะเวลาเฉลี่ยกี่วัน เพียงระบุว่าถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนจะดำเนินงานทันที
จึงยังไม่ชัดว่าประชาชนทั่วไปที่ร้องความช่วยเหลือ หรือความเป็นธรรม จะต้องใช้เวลารอนานมากน้อยเพียงใด
หรือประชาชนที่เคยร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย ควรร้องเรียนซ้ำกับหน่วยงานของทำเนียบรัฐบาลหรือไม่
กรณีเล็กๆ ที่กระทบจิตใจผู้คนจำนวนมากไม่นานมานี้ เกี่ยวกับหญิงชราอายุ 89 ปี ถูกเรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนรวมดอกเบี้ย 84,000 บาท เนื่องจากเป็นผู้ได้รับเงินบำนาญพิเศษอยู่แล้ว กำลังเป็นคำถามในสังคม
กรมบัญชีกลางชี้แจงว่า การเรียกคืนเงินตามขั้นตอนและวิธีการที่อบต.กำหนดดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมบัญชีกลาง จึงประสานงานให้อบต.เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้สูงอายุรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
แต่การทำความเข้าใจกับหลักในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายจะมีผลต่อกรณีคล้ายกันกับคนอื่นๆ อีกหรือไม่
เพราะสำหรับชาวบ้านที่ฐานะยากจน เงิน 8 หมื่นบาทคือความเดือดร้อนแสนสาหัส
จากกรณีดังกล่าว บวกกับจำนวนเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนที่แจ้งต่อรัฐบาล จึงเชื่อได้ว่าแต่ละเรื่องมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลมหาศาล
วิธีการรองรับเรื่องราวเหล่านี้ของรัฐบาลมีลักษณะที่ใช้ระบบราชการคัดกรองคำร้องเรียนของประชาชน จึงน่าเป็นห่วงและเป็นคำถามว่า สามารถแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาได้มากน้อยเพียงใด
กรณีโควิด-19 ทีมงานระบุว่า เรื่องที่ร้องเรียนนั้นนายกรัฐมนตรีรับทราบ หลายเรื่องได้นำไปสู่การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และนำไปสู่มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยนั้น ควรให้ข้อมูลว่ามีเรื่องใดบ้าง
ประชาชนผู้ร้องเรียนจะได้รู้ว่า หากระบบราชการยังไม่ตอบสนอง ควรต้องทำอย่างไรต่อไป