คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
อย่าใช้กำลัง : การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงมีความเสี่ยงที่จะทำให้ถูกวิจารณ์และถูกต่อต้านมากยิ่งขึ้น หากฝ่ายที่ถูกปฏิบัติไม่ใช่โจรที่ก่อคดีร้ายแรง
กระแสต้านนั้นจะยิ่งสูงขึ้น หากผู้ถูกปฏิบัติเป็นพลเรือนทั่วไป เป็นชาวบ้าน เป็นเยาวชน ที่เพียงมีความคิดเห็นหรือข้อขัดแย้งกับรัฐบาล
ประเด็นเมื่อเร็วๆ นี้ที่นักการเมืองพรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐและเห็นว่าต้องเตือนสติกัน คือเข้าควบคุมนักกิจกรรม 3 คน ด้วยการล็อกคอ แต่ระบุว่าเป็นเรื่องปกติ
ส่วนการผลักผู้ชุมนุมสาวล้มหัวฟาดพื้นบาดเจ็บ จนมีการแจ้งความเอาผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องขอโทษแล้วและออกค่ารักษาพยาบาลให้
แต่ยังเป็นคำถามว่าเหตุใดต้องใช้กำลังเช่นนั้นตั้งแต่ต้น
แม้ว่าตำรวจหรือหน่วยงานความมั่นคงไม่ได้ปฏิบัติรุนแรงต่อผู้ชุมนุมหรือนักกิจกรรมเหมือนกันทุกครั้ง แต่หากดูแนวโน้มในเหตุการณ์ระยะหลังจะเห็นว่ามีระดับแข็งกร้าวสูงขึ้น
นอกเหนือไปจากการใช้กฎหมายมากมายจัดการ ไม่ว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรค พ.ร.บ.ความสะอาด ฯลฯ
การส่งเสียงของผู้ชุมนุมล่าสุดในเมืองหลวง นำเสนอประเด็นวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยล่าง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สาธารณชนรับทราบ
ว่าคนกลุ่มนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนกับการจัดการของเจ้าหน้าที่รัฐที่ขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์มายาวนาน
แต่วิธีการที่เจ้าหน้าที่กระทำต่อผู้ชุมนุมกลับเพิ่มความขัดแย้งขึ้น
แน่นอนว่า การปฏิบัติหน้าที่นายหนึ่งๆ ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นเช่นนั้นทั้งหมด เหมือนกรณีการ์ดม็อบราษฎรรายหนึ่งกุเรื่องว่าถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงอุ้มตัวไป ก็ไม่อาจใช้เหมารวมกับผู้ชุมนุมคนอื่นๆ
วิธีการที่ดีที่สุดคือ เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีหลักปฏิบัติที่แสดงให้เห็นว่าเคารพกฎหมายที่ครอบคลุมสิทธิเสรีภาพของนักเคลื่อนไหวหรือผู้ชุมนุมเช่นกัน
โดยหลักพื้นฐานของสังคมที่รักสันติ เจ้าหน้าที่ควรปกป้องสังคมอย่างสันติ
สิ่งแรกที่ต้องเลี่ยงและละเว้นก่อนคือการใช้กำลังลงไม้ลงมือ