FootNote:พฤติการณ์ ทุจริต คอรัปชั่น ฉ้อฉล แสวงหาประโยชน์ตนเองพวกพ้อง

หากอ่าน”ญัตติ”ของฝ่ายค้านอย่างละเอียดโดยเน้นเฉพาะเจาะไปยัง 1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ 1 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก็จะสัมผัสได้ในลักษณะ”ร่วม”อันดำรงอยู่ภายในแต่ละข้อกล่าวหาที่เหมือนกับปลายหอกคมแหลม

เริ่มจากที่เน้นอย่างหนักแน่นไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นก็คือ “มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต เพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง”

ตามมาด้วยข้อกล่าวหาต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ว่า”ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่และแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง”

หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา “ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง”

ประโยคซึ่งถูกเน้นอย่างหนักแน่นและจริงจังกระทั่งดำรงอยู่อย่างเป็นลักษณะเนื้อหา”ร่วม”ย่อมเป็น “แสวงหา ผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง”

หากมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากด้านของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และจากด้านของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นี่ย่อมเป็นการกล่าวหาที่รุนแรง

เป็นเรื่องที่ในห้วงรับราชการเป็นผู้บัญชาการทหารบกนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าจะถูกกล่าวหาเช่นนี้

แต่เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น รองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย่อมยากอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงได้พ้น

ในห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 การกล่าวหา เช่นนี้อาจปรากฏขึ้นในสังคม แต่ก็ไม่สามารถแตะต้องได้เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติอยู่ในอำนาจของตน

แต่พลันที่เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ปรากฏการณ์เหล่านี้จึงเข้าแถวเข้ามาอย่างไม่อาจละเว้นได้

หากมองจากจำนวน ส.ส.ที่อยู่ในมืออาจมั่นใจว่าฝ่ายค้านไม่อาจทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้

กระนั้น กระบวนการในทางรัฐสภาก็จะค่อยๆ พิสูจน์ว่าคนเหล่านี้จะมีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงหรือไม่ เพียงใด

ความเป็นจริงในการอภิปรายทั่วไป นั่นแหละคือคำตอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน