FootNote:ปฏิบัติบ่อนเซาะ เจาะ”ฝ่ายค้าน” เป้าหมายอยู่ที่ เพื่อไทย ก้าวไกล
ไม่ว่าข่าวการเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐผ่านรูปคณะกรรมการวิปรัฐบาล ไม่ว่าข่าวการออกมาขู่ของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ บางคนที่ว่าจะประท้วงมาราธอนหากไม่มีการแก้ไขถ้อยคำในญัตติ
ล้วนสอดรับกับข่าว”ปล่อย”ในเรื่องการเดินหน้าของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล
และรวมถึงการออกโรงของ ส.ส.พรรคก้าวไกลอย่างน้อยก็ 2 คนที่เผยตัวว่าพร้อมจะสวนกับมติพรรค โดยเฉพาะการเสนอร่างพรบ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ทุกการเคลื่อนไหวมีความสัมพันธ์กัน และจัดวางอย่างเป็นระบบมีจังหวะก้าว โดยเลือกเอาห้วงเวลาก่อนญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมาเป็นธง
เด่นชัดอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล ล้วนถูกปูนหมายหัวเหมือนกันว่าจะต้องสกัดขัดขวาง ทำให้จังหวะก้าวเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น
เพราะตระหนักว่า ขุมพลังอันหนักแน่นและจริงจังล้วนมาจาก พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลอย่างเป็นด้านหลัก
อะไรที่ถือว่าเป็นจุดคี้มึ้งอันสร้างความหวาดผวาให้กับรัฐบาลและโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง
นั่นก็คือ ประโยคอันดำรงอยู่ใน “ญัตติ” ที่ว่า ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปก ครองระบอบประชาธิปไตย
ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันมาเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะกำบังความผิดพลาดล้มเหลว
ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ยิ่งเรียกร้องให้ “แก้ไข” ยิ่งตอกย้ำว่า “สำคัญ”
สำคัญถึงระดับที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติยืนยัน ยืนหยัดจะไม่ยอมแก้ไขอย่างเด็ดขาด
นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงแต่สายตาของสังคมจะทอดมองไปยังบทบาทของรัฐบาล ของพรรคร่วมรัฐบาล หากแต่ยังให้ความสนใจเป็นอย่างสูงต่อบทบาทของ นายชวน หลีกภัย
นั่นก็คือจะดำรงสถานะแห่งความเป็นกลางในตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วยความเคร่งครัด เป็นธรรม เพียงใด
บรรทัดฐานที่สำคัญยิ่งย่อมเป็นบรรทัดฐาน”ประชาธิปไตย”