FootNote:คำถาม ถึงที่มา ของ”วัคซีน” กับบทบาทของ ยูทูบ เฟซบุ๊ก
กรณีการโพสต์ภาพและเนื้อหาการพูดของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน เป็นเรื่องระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับคณะก้าวหน้าอย่างเด่นชัด
แม้จะมีคำสั่งศาลอาญาสั่งปิดกั้น ลบโพสต์ เพราะมีเนื้อหาเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร
กระนั้น ท่าทีของคณะก้าวหน้าก็ควรให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษ เพราะได้ยืนยันในลักษณะที่ว่า “เรายังไม่ได้รับคำสั่งศาลและยืนยันว่าเนื้อหาที่แถลงไม่มีสิ่งใดเป็นเท็จหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง
ขอให้ทั้งยูทูบและเฟซบุ๊กยืนหยัดในสิทธิเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็นด้วย”
ความหมายจากคำแถลงหมายความว่า 1 คณะก้าวหน้ายังรอคำสั่งศาล ขณะเดียวกัน 1 ก็ยังเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า “ขอให้ทั้งยูทูบและเฟซบุ๊กยืนหยัดในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นด้วย”
สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่ากรณีนี้มิได้เป็นเรื่องของคณะก้าว หน้าเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเรื่องของยูทูบและเฟซบุ๊ก
หากศึกษาจากหลายกรณีที่ผ่านมา แม้ว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีคำสั่งศาลอาญาให้ระงับการทำให้แพร่หลาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง
อันเป็นการอ้างอิงตามมาตรา 14(3)ประกอบมาตรา 20 พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
กระนั้น เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับคู่กรณีอันมีการฟ้องร้องกล่าวโทษเท่านั้น แต่เมื่อเรื่องไปถึงยูทูบหรือเฟซบุ๊กกลับมิได้มีการปฏิบัติตามคำสั่ง
และปรากฏว่า ไม่ว่าข้อความ ไม่ว่าภาพ ไม่ว่าภาพเคลื่อนไหวและการพูดในหลายกรณีที่เคยมีความขัดแย้งก็ไม่สามารถระงับลงไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากยูทูบและเฟซบุ๊กไม่เห็นด้วย
ภาพและข้อความนั้นก็ยังมีการเผยแพร่อยู่อย่างเป็นปกติ
กรณีขัดแย้งกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงกลายเป็นความขัดแย้งที่เพิ่มความละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นไปอีก
ความละเอียดอ่อนจากกรณีนี้มิได้อยู่ที่พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีการอ้างอิงไปยังความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ในที่สุดแล้วคำตอบสุดท้ายจากกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยกขึ้นมาก็จะต้องจบลงที่คำพิพากษา
ทั้งต่อรัฐบาล ทั้งต่อคณะก้าวหน้า ล้วนอยู่ในขอบข่ายนี้