FootNote:รัฐประหารเมียนมามาไทย การเมืองไทยกับรัฐประหาร

รัฐประหารอันเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ณ เมียนมา สร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก กับบรรยากาศแห่งการยึดอำนาจในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

เนื่องจากเป็นบรรยากาศรัฐประหาร ซึ่งสัมพันธ์อย่างแนบแน่นอยู่กับการเลือกตั้งและการล้มการเลือกตั้ง

เป็นรัฐประหารภายใต้เสียงร้อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”

ที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวยิ่งกว่านั้นก็คือ เป้าหมายของการรัฐประหารและโค่นล้มเป็น “สุภาพสตรี” ในทางการเมือง เพราะที่ไทยคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ขณะที่ในเมียนมาคือ นางอองซาน ซูจี

ลักษณะ”ร่วม”อันก่อให้เกิดความรู้สึกแยกกิ่ง แตกสาขาไปเป็นอย่างมากก็คือ ไม่ว่าจะเป็นที่เมียนมา ไม่ว่าจะเป็นที่ไทย คนที่สุมหัวกันก่อการกลับเป็นทหาร

เป็นทหารอันล้วนเป็นบุรุษที่เรียกตนเองว่า”ชายชาติทหาร”

ไม่มีใครรู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะรู้สึกอย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะรู้สึกอย่างไรต่อสถานการณ์ในเมียนมา

อาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ล้วนสะท้อนออกในทางการเมือง

แม้กระทั่งสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมาเมื่อ 1 วันที่ผ่านมา ก็เป็นมาตรการทางทหารทหารเพื่อหาทางออกในทางการเมือง

กล่าวสำหรับประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน 2549 อาจมีเป้าอยู่ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อาจมีเป้าอยู่ที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยอันมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

จากนั้นก็นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย แม้จะเกิดพรรคพลังประชาชนแต่ในที่สุดก็ถูกยุบพรรคกระทั่งเกิดเป็นพรรคเพื่อไทย แต่แล้วก็เกิดรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

โค่นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยอย่างแนบแน่น

พลันที่เกิดรัฐประหารต่อรัฐบาลเมียนมา โดยวิธีวิทยาและกระบวนการแทบไม่แตกต่างไปจากที่เคยเกิดขึ้นในสังคมประเทศไทย ย่อมสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างสูงในทางการเมือง

เป็นการเมืองในเมียนมาซึ่งสะท้อนมายังการเมืองในไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย

ทั้งเป็นรัฐประหารก่อการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ

คำถามก็คือ รัฐประหารในเมียนมา รัฐประหารในไทย มีผลสะเทือนอะไรต่อพรรคการเมืองในสังคมประเทศไทยหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน