FootNote:รัฐประหารของทหาร “พม่า” ผลสะเทือนต่อรัฐบาล”ไทย”
ไม่ว่าการยึดอำนาจที่พม่า ไม่ว่าการยึดอำนาจที่คองโก ล้วนดำเนินไปตามกฎอันเที่ยงแท้ของปรากฏการณ์
นั่นคือ เกิดอาการ”ช็อก” ไม่ได้ใน “เบื้องต้น”
กระนั้น ภายหลังจากตั้งสติได้ “ปฏิกิริยา”ที่ตามมาก็ดำเนินไปใน 3 หนทางเสมอ 1 เห็นชอบด้วย 1 ไม่เห็นชอบด้วย 1 เฉยๆไม่รู้สึก รู้สาอะไร
เพียงไม่กี่ชั่วโมงของการยึดอำนาจมักตามมาด้วยการแสดงการเห็นด้วยอย่างเช่นการนำเอาดอกไม้ไปมอบให้กับทหารผู้ทำรัฐประหาร การออกมาแสดงความดีอกดีใจ
เหมือนที่คนไทยเคยเห็นจากสถานการณ์เดือนกุมภาพันธ์ 2534 สถานการณ์เดือนกันยายน 2549 หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ เดือนพฤษภาคม 2557
กระนั้น กล่าวสำหรับชาวพม่าในวันแรกอาจจะเห็นเพียงมวลชนจัดตั้งในเครือข่ายของกองทัพอย่างเป็นด้านหลัก
หลังจากนั้นอีก 1 วันจึงปรากฏ”ปฏิกิริยา”จากชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาหม้อ ไฟ มากระหน่ำตี
ปฏิบัติการ”อารยะขัดขืน”ไม่ว่าที่ย่างกุ้ง ไม่ว่าที่มัณฑะเลย์ อาจดำเนินไปตามวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติเมื่อเกิดสุริยุปราคา นั่นก็คือการขับไล่เสนียดจังไรให้ออกไป
กระนั้น ช่วงเวลาเพียง 1 และ 2 วันต่อมา “ปฏิกิริยา”ที่เป็นจริงก็เกิดขึ้นอย่างเป็น “กระบวนการ”
นั่นก็เห็นได้จากการแสดงออกของแพทย์ของพยาบาล นั่นก็เห็นได้จากการแสดงออกของครูโรงเรียน นั่นก็เห็นได้จากการแสดงออกของบรรดาวิศวกร
เป้าหมายในการแสดงออกของชาวพม่าเหล่านี้แจ่มชัดอย่างที่สุด 1 ต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพ 1 เรียกร้องให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองซึ่งก็รวมถึง นางอองซาน ซูจี
เชื่อได้เลยว่า”ปฏิกิริยา”เหล่านี้จะกลายเป็นกระแสทางสังคม
ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่งก็คือ แต่ละ”ปฏิกิริยา”จะส่งผลสะเทือนมายังประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
นั่นไม่เพียงเพราะอำนาจรัฐใหม่ของพม่ากับอำนาจรัฐไทยมีรากฐานมาจากจุดเดียวกัน นั่นก็คือ รัฐประหาร ประการเดียว หากสายสัมพันธ์ของ 2 รัฐบาลก็ดำเนินไปอย่างแนบแน่น
ประหนึ่งว่า ไทยได้รับผลสะเทือนจากพม่า ประหนึ่งว่า พม่าได้รับผลสะเทือนจากไทย