คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

รัฐบาลมีแผนอะไร – วันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนกลุ่มผู้ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน กลุ่มคนชรา ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง มาลงทะเบียนมาตรการเราชนะตามสาขาและจุดบริการธนาคารกรุงไทย 871 จุด เมื่อ 15 ก.พ. ปรากฏว่าจำนวนคนมีสูงมาก และหลายแห่งมากกว่าที่รัฐประเมินไว้

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังเผยเองว่า ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ในประเทศไทยมีจำนวนเท่าใด

จึงขอเวลาพิจารณาว่า จะแก้ไขอย่างไร และจำเป็นต้องให้สถาบันการเงินอื่นของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. หรือ ธนาคารออมสิน เข้ามาช่วยรับลงทะเบียนด้วยหรือไม่

รวมถึงต้องพิจารณาว่าจะต้องขยายเวลาอีกหรือไม่ หลังจากพ้นกำหนดลงทะเบียนวันสุดท้าย 25 ก.พ. ไปแล้ว

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นสำหรับคนที่มีสมาร์ตโฟน คงจะเห็นข่าวหรือโพสต์ของเหล่าคนดังไปจนถึงดารานักแสดงที่มีฐานะ ฉลองวันวาเลนไทน์อย่างอู้ฟู่หรูหรา

การใช้จ่ายเงินของเหล่าเซเลบริตีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลที่จะบริหารการใช้จ่ายเงินตามฐานะ

เพียงแต่ภาพดังกล่าวนี้ตอกย้ำและสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมไทยให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

เป็นตัวอย่างที่ยืนยันการตั้งประเด็นคำถามจากผู้เชี่ยวชาญการบริหารเศรษฐกิจ ว่าผู้นำประเทศและรัฐบาลชุดนี้รู้เท่าทันเศรษฐกิจทุนนิยมหรือไม่

เพราะหากรู้เท่าทัน รัฐบาลจะได้รู้ว่าควรจัดการบริหารอย่างไรให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่ลดความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียม ต้องเป็นแผนและนโยบายที่จะช่วยให้คนที่ลำบากอยู่แล้วไม่จนลงไปอีก

จีนเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า แม้การปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ แต่มีผู้นำรู้เท่าทันเศรษฐกิจทุนนิยม จึงมีแผนรุกและรับเพื่อแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกับแก้ปัญหาคนยากจนในประเทศ ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อกระจายความเท่าเทียม

คำถามของไทยกลับมาที่ผู้นำและรัฐบาลว่ามีแผนอะไรอยู่บ้างสำหรับการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความยากจน และการฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์โควิด

ลำพังคนไม่มีสมาร์ตโฟนมาลงทะเบียนยาวเป็นหลายพันคน บางคนอายุมากแล้วถูกเจ้าหน้าที่ต่อว่า ถูกแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่ ล้วนแสดงถึงระบบชนชั้นที่นิยมวิธีการสงเคราะห์คนยากไร้ตามที่เคยทำมา

นั่นไม่พอสำหรับการบริหารเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขยกระดับปากท้องของประชาชนอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน