คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
หลักสากลกับม็อบ : การใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้ชุมนุมประท้วงหวนกลับมาอีก เกิดคำถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามนี้ตรงๆ แต่เลี่ยงใช้ข้อกล่าวอ้างว่าผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงก่อน ทั้งต่อว่าสื่อมวลชนนำเสนอข่าวด้านเดียว
ความรุนแรงที่ใช้ก่อนดังกล่าวตามที่ปรากฏในภาพข่าวที่สื่อหลักนำเสนอทั้งสองด้านคือการขว้างปาวัตถุใส่เจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับภาพที่เจ้าหน้าที่ตอบโต้ผู้ชุมนุมคือการยิงแก๊สน้ำตา และกระสุนยาง
เป็นที่มาของคำถามว่า ต้องทำขนาดนี้เลยหรือไม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงผู้นำรัฐบาลยืนยันว่า ทำตามหน้าที่ ทำตามกฎหมาย และทำตามมาตรการตามหลักสากล
มาตรการตามหลักสากลหมายความว่า เป็นไปตามกฎหมายที่รับรองโดยสหประชาชาติ ซึ่งระบุเบื้องต้นว่า หากเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือให้ใช้เท่าที่จำเป็น
เฉพาะมาตรการนี้ก็ก่อให้เกิดคำถามถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และก่อนหน้านั้น ว่าทำตามหลักสากลหรือไม่
การรับมือของเจ้าหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความชุลมุน ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและมีผู้แทรกซึมได้ง่าย
ยิ่งใช้การตอบโต้ที่รุนแรงแบบเหมารวม ยิ่งไม่อาจคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนได้
จังหวะการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในไทยที่ไปตรงกับช่วงการประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา เป็นจังหวะที่แสดงให้เห็นแล้วว่าประชาคมโลกตัดสินเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร
ภาพข่าวที่ปรากฏความเคลื่อนไหวฝั่งผู้ชุมนุมคล้ายกับของไทย มีทั้งตั้งสิ่งกีดขวางและปาวัตถุเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่
แต่การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ถูกประณามอย่างกว้างขวาง
แม้สถานการณ์ในไทยรุนแรงน้อยกว่า และยังไม่เท่ากับการสลายชุมนุมเมื่อปี 2553 แต่ก็ชัดเจนว่า ทำตามหลักสากลหรือไม่