FootNote:พลังร้อนแรง จาก #ม็อบ6มีนาคม รวมศูนย์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
คล้ายกับว่าการเคลื่อนไหวของ”ราษฎร”จะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำ ดำเนินไปอย่างสะเปะสะปะ
ระหว่าง#ม็อบ13กุมภาพันธ์ กับ #ม็อบ28กุมภาพันธ์
เพราะว่าเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นการขับเคลื่อนโดย “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม “จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังศาลฎีกาติดกับท้องสนามหลวง
ขณะที่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นงานของ REDEM จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ค่อยๆเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้ากรมทหาร ราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
ยิ่งในการเคลื่อนไหววันที่ 6 มีนาคม ยิ่งดำเนินไปในลักษณะต่างคนต่างนัด ต่างคนต่างเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแดง 4 ภาค บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส รังสิต
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม REDEM ที่นัดหมายบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว หน้าเซ็นทรัล พลาซ่า แล้วค่อยๆเดินไปยังหน้าศาลอาญา
แต่อีกการเคลื่อนไหวหนึ่งซึ่งต่อเนื่องอย่างยาวนานนั่นก็คือการ เดินจากนครราชสีมามายังกรุงเทพมหานครที่นำโดย ไผ่ ดาวดิน
สภาพการณ์ตลอดวันที่ 6 มีนาคมน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่การชุมนุมของกลุ่มแดงก้าวหน้าจาก 4 ภาคเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น.เป้าหมาย เดิมจะเคลื่อนจากรังสิตไปยังบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11
แต่แล้วเมื่อมีกลุ่มอาชีวะต่อต้านเผด็จการย้ายจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาเข้าร่วมก็ประกาศเปลี่ยนเป้าหมาย
นั่นก็คือ เมื่อเห็น”หน่วยควบคุมฝูงชน”เข้าประจำการอยู่หลังบังเกอร์อันเป็นป้อมปราการหนาแน่นก่อนถึง ร.11 ก็เทจากเป้าเดิม เป็นเคลื่อนไปยังศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะแทน
ขณะที่กลุ่ม REDEM ยังดำรงจุดหมายเดิมไม่แปรเปลี่ยนคือ จาก 5 แยกลาดพร้าวไปยังหน้าศาลอาญา และระยะกาลเดียวกันนี้ก็มีการบุกเข้าจับกุมกลุ่มวีโว่ที่เมเจอร์ย่านรัชโยธิน
กลายเป็นปม กลายเป็นประเด็นว่าจับกุมชอบธรรมหรือไม่
ขณะเดียวกัน การเดินเท้าของราษฎรที่นำโดย ไผ่ ดาวดิน ยังมีเป้าหมายสุดท้ายในวันที่ 7 มีนาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
สถานการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม ทำให้พื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยทวีความร้อนแรงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เพราะเหมือนกับเป็นแท่ง”แม่เหล็ก”ขนาดมหึมาทางการเมือง
เพราะความร้อนแรงจากสถานการณ์อันเกิดจาก#ม็อบ6มีนาคมจะรวมศูนย์ไปยังพื้นที่ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทันที