ขอทราบแผนวัคซีน – สาเหตุที่คณะรัฐมนตรี รวมถึงนายกรัฐมนตรีระงับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตราเซเนกา อย่างกะทันหัน ไม่น่าจะมีผลกระทบเท่าใดนัก
เพราะปกติแล้วการสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขไม่ได้มาจากครม. แต่เป็นแพทย์
คนไทยได้ชื่อว่าเชื่อฟังหมอ เห็นได้จากการให้ความร่วมมือป้องกันโรคโควิดในระดับที่ดีมาก ทั้งด้านป้องกันตัวเองและครอบครัว รวมถึงความห่วงใยสวัสดิภาพของหมอและบุคลากรทางการแพทย์
ดังนั้นการที่รัฐบาลมีหมอร่วมทีมและมีบทบาทสำคัญอยู่ในศบค. จึงน่าจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น
เมื่อรัฐบาลมีหมอเป็นตัวช่วยหนักในการป้องกันและรักษาโรคแล้ว สิ่งที่ประชาชนคาดหมายจากรัฐบาลจึงเป็นภารกิจด้านบริหารจัดการเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบใหญ่หลวง
แต่การรับมือด้านนี้ของรัฐบาลกลับยังไม่สร้างความเชื่อมั่นเท่าใดนัก สังเกตได้จากบรรยากาศขานรับโครงการต่างๆ ของรัฐ ที่ไปได้บ้าง และที่ไปอย่างทุลักทุเล
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ล่าสุดมาจากแผนฉีดวัคซีนคนในประเทศเพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
แม้รัฐบาลยืนยันว่าทุกอย่างไม่ได้ล่าช้าและเป็นไปตามแผนทุกประการ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความคืบหน้าของประเทศอื่นๆ ก็ยังเป็นคำถาม
หากรัฐบาลมีคำตอบ ควรตอบอย่างใจเย็น ไม่หงุดหงิด อธิบายให้ประชาชนเห็นภาพอย่างชัดเจนและมีความหวัง
กรณีที่นานาประเทศระงับการฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา เพราะพบกรณีผู้รับวัคซีนมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันซึ่งอาจเสี่ยงอันตราย เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ พิสูจน์และหาข้อสรุปได้ แต่ต้องมีคำตอบที่อธิบายให้ชัดว่า ถ้าสุดท้ายแล้วต้องระงับ ไทยจะจัดหาวัคซีนทดแทนอย่างไร มาจากไหน
กรณีองค์การอาหารและยา หรือ อย. ยืนยันการนำเข้าวัคซีนโควิดว่าไม่ล่าช้า พร้อมแจ้งว่าเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนที่สนใจนำเข้าวัคซีนได้ตามมาตรการที่กำหนด เป็นเรื่องที่จะช่วยขยับเขยื้อนการเข้าถึงวัคซีนได้มากน้อยเพียงใด
เรื่องเหล่านี้รัฐบาลต้องเปิดแผนและชี้แจงได้ว่าช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคมที่แจ้งว่าจะเปิดประเทศ ไทยเตรียมพร้อมอะไรไว้บ้าง