FootNote:เงาสะท้อน 26 ส.ส. เพื่อไทย แรงสะเทือนจากรัฐธรรมนูญ
ปรากฏการณ์ 26 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยในห้วงแห่งการลงมติรับหรือไม่รับร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ณ ที่ประชุมรัฐสภาน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าท่วงท่าอาการจะแผกแตกต่างไปจากท่วงท่าอาการในการวอล์กเอาต์ของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย
กระนั้น รากฐานแห่งการสำแดงออกมาจากบทสรุปเดียวกัน
หากสดับตรับฟังจากหลายคนในพรรคภูมิใจไทย ประสานกับที่บางคนของพรรคเพื่อไทยพยายามอธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตน นั่นก็คือเกรงจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ความหมายก็หมายความว่าเชื่อตาม “คำขู่”อันดังมาจากภายใน 250 ส.ว. เชื่อตามบทสรุปและการตีความของหลายคนภายในพรรคพลังประชารัฐ
จึงคล้อยตามเสียงคำรามซึ่งดังมาจาก น.ส.ปวีณา ไกรคุปต์ ที่ว่าใครขืนลงมติจะดำเนินการฟ้องเป็นรายคน
ส.ส.พรรคภูมิใจไทยนั้นช่างเถิด แต่กล่าวสำหรับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับถูกเฝ้ามองอย่างเป็นพิเศษ เพราะว่าเกิดขึ้นในห้วงแห่งการปรับเพื่อรับมือกับกระแส”ดิสรัพท์”ใหญ่ในทางการเมือง
ยิ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบแต่ละรายชื่อของ 26 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยก็จะยิ่งสัมผัสได้ในความเป็นกลุ่มก้อนทั้งในทางความคิดและในทางการเมือง
เหมือนกับจะเคยมีการแยกสายแบ่งกลุ่มและเดินกันคนละสาย แต่เอาเข้าจริงๆกลับเชื่อมเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน
กลุ่มที่โดดเด่นเป็นอย่างมากน่าจะเป็นกลุ่มของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อันตามมาด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รวมถึง นายการุญ โหวสกุล ซึ่งล้วนเป็นส.ส.กทม.
ยิ่งกว่านั้น ยังมีบางกลุ่มทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเคยมีข่าวว่าจะแยกตัว หากไม่เอนไปทางพรรคพลังประชารัฐก็เอียงไปทางพรรคภูมิใจไทย
ปรากฏการณ์ 26 ส.ส.จึงสะท้อนปัญหาและแนวโน้มที่จะตามมาภายในพรรคเพื่อไทยได้อย่างเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
มีความเชื่อเป็นอย่างสูงว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่หากมีความแจ่มชัดถึงแนวโน้มและความเป็นไปได้ของการเลือกตั้งจะปรากฏขึ้น
เป็นการปรับตัวเพื่อด้านหนึ่งให้มีการแยกและแตกตัว ด้านหนึ่ง ก็เพื่อ”ดิสรัพท์”พรรคเข้าสู่อีกสถานะหนึ่ง เป้าหมายหนึ่งการเมือง
ภายใน”วิกฤต”ย่อมฉาย”โอกาส”ให้ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง