บทบรรณาธิการ
มาถึงช่วงเวลานี้มีตัวเลขที่ยืนยันได้แน่ชัดว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี พร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนด้านการจัดการน้ำ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนเป็นไปด้วยดีตามแผนงานและเป้าหมาย
อีกทั้งผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ ตามรายงานวิเคราะห์ปัจจัยการทำธุรกิจของธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ในปีหน้านั้น ประเทศไทยขยับอันดับอย่างพุ่งพรวด
จากอันดับ 46 ในปีค.ศ.2017 เป็นอันดับ 26 ในปี 2018
ติดอันดับท็อปเท็นของประเทศที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในระดับโลก
แต่ความสำเร็จนี้ซึมซับไปถึงประชาชนหรือไม่ ยังประเมินไม่ได้แน่ชัด
โพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนตลอดช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ 22 พฤษภาคม 2557 เรื่องที่อยากเห็นผลงานมากที่สุดยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาปากท้อง
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เห็นเด่นชัดคือตัวเลขทางเศรษฐกิจ ทั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราการส่งออก ความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การริเริ่มโครงการรถไฟความเร็วสูง
พร้อมกับมาตรการช่วยเหลือคนรากหญ้าที่แม้เปลี่ยนคำเรียกก็ยังหมายถึงผู้มีรายได้น้อย จากการแจกเงิน ใช้ระบบขนส่งมวลชนฟรี มาสู่การจัดระบบการแจกที่มีบัตรคนจน งบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาท
แต่การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนกลุ่มนี้กลับมากระตุ้นการไหลเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ คำตอบ มีอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน
สําหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกด้านที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เป็นตัวเลขจากกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 6.27 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี และเพิ่มขึ้นสุทธิเกือบ 5 หมื่นล้านบาท
การเป็นหนี้จำนวนมหาศาลของประชาชนเมื่อบวกกับสภาวะเงินในกระเป๋าที่มีไม่พอให้เกิดความรู้สึกมั่นคง หากสวนทางหรือขัดแย้งกับผลงานดีเด่นและการมีอันดับตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศที่น่าพึงพอใจ น่าจะแสดงให้เห็นว่ามีระบบอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
ผู้ที่ให้คำตอบนี้ได้คือประชาชน อันเป็นผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่กับสภาพเศรษฐกิจ ที่เป็นจริง (หน้า 2)