FootNote:เส้นทางพรรครวมไทยสร้างชาติ สัญญาณเตือนเลือกตั้งครั้งใหม่

จับสัญญาณทางการเมืองจากการจดจัดตั้ง”พรรคกล้า”ของ นายกรณ์ จาติกวณิช ไปยังการจดจัดตั้ง”พรรคพลังสังคมไทย”ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แล้วก็พอมองออก

มองออกถึงสัญญาณ”เตือน”ให้ตระหนักว่า แนวโน้มการเลือกตั้งคงอีกไม่นาน

คำว่าคงอีกไม่นานไม่เพียงแต่ส่อสะท้อนว่าแนวโน้มการยุบสภา อาจเกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดคิด หากแต่ที่สำคัญเวลาที่เหลืออีก 2 ปีในทางการเมืองมาถึงรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

ปมเงื่อนไม่เพียงแต่ว่าในกลุ่มที่แนบแน่นอยู่กับรัฐบาลจะมีการขยับขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ออกมาจดจัดตั้ง”พรรคไทยภักดี” หากยังมีการตระเตรียม”พรรครวมไทยสร้างชาติ”

เช่นเดียวกับกลุ่มของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็ตระเตรียมเคลื่อนผ่าน”พรรคเส้นทางใหม่”อย่างคึกคัก

อย่างน้อยการต่อสู้ทางการเมืองในอีก 2 ปีภายหลังการครบวาระในเดือนมีนาคม 2566 พรรคการเมือง”ใหม่”จะเสนอตัวเข้ามาเป็นจำนวนมาก

บทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เตือนให้ตระหนักว่า กฎเหล็กอันกำหนดมาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 คือการไม่เปิดทางให้เกิดปรากฏการณ์แบบพรรคไทยรักไทยขึ้นอีก

พรรคการเมืองใหญ่สุดอย่างพรรคเพื่อไทยก็ได้มา 136 พรรคพลังประชารัฐได้มา 115 พรรคอนาคตใหม่ได้มา 80

ผลก็คือพรรคที่คร่ำหวอดในการเมืองมาอย่างยาวนานเช่น พรรคประชาธิปัตย์ได้มา 52 พรรคภูมิใจไทยได้มา 51 พรรคชาติไทยพัฒนาได้มา 10

แม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทยอัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขับเคลื่อนจากความจัดเจน ซึ่งได้มาจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังได้มาเพียง 5 คนเท่านั้น

และเมื่อประสบเข้ากับการผนึกตัวรวมพลังของพรรค 250 ส.ว.โดยการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็หมดโอกาส

การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ว่าจะเป็นเมื่อใด หรืออย่างช้าเป็นห้วงหลังเดือนมีนาคม 2566 จึงยังเป็นการเลือกตั้งตามกฎกติกาเดิมอันตราไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

ทุกพรรคจึงต้องถอดเก็บบทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 มาเป็นอาวุธในการต่อสู้อย่างเต็มที่

ใครแก้ “สมการ” การเมืองคสช.ได้ก่อน คนนั้นมีโอกาส”ชนะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน