FootNote : ยุทธการ เสี้ยม จตุพร พรหมพันธุ์ ออกต่างหาก จาก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
มีความพยายาม จะ “เสี้ยม” ให้เกิด “ช่องว่าง”ระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เกิดขึ้น
เป็นการอาศัยจุด “ต่าง”ในทาง “ความคิด”มาเป็นเครื่องมือ
เป็นการอาศัยท่วงทำนองอันสะท้อน “ความต่าง”ในการเคลื่อน ไหวในทางการเมืองมาเป็น “อาวุธ”
เป้าหมายอยู่ที่ต้องการให้ 2 คนประจันหน้ากัน แตกแยกกัน
กระนั้น หากจับน้ำเสียงและการแสดงความเห็น ไม่ว่าจะมองจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ว่าจะมองจาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ต้องยอมรับว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก
เยื่อใยที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มีต่อกันตลอด 10 ปีแห่งการสวมเสื้อ “สีแดง”ต่อสู้กับอำนาจรัฐเผด็จการมาด้วยกันมีความลึกซึ้งแนบแน่น
ไม่ว่าจะมองมาจาก นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ไม่ว่าจะมองมาจาก นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ในฐานะ “ผู้อาวุโส”
เพียงแต่ 2 คนนี้อยู่ในห้วงแห่งความจำต้อง “แยกกันเดิน”เท่านั้น
เมื่อหยิบยกเอา “คำประกาศ” ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาพิจารณาประสานกับสภาพความเป็นจริงของการเคลื่อนไหวก็จะได้คำตอบ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ กำลังจะหวนกลับไปจับมือกับหมู่มิตรที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันในเดือนพฤษภาคม 2535
เป็นการต่อสู้กับอำนาจรัฐที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวขบวน และมีพื้นฐานมาจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศในนามแห่งความเป็นมนุษย์ มีความเห็นอกเห็นใจกับชะตากรรมที่บรรดาเยาวชนกำลังประสบจากการต่อสู้นับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา
เพราะเป็นชะตากรรมเดียวกันกับที่ “คนเสื้อแดง”เคยประสบ
ไม่ว่าเป้าหมายของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ว่าเป้าหมายของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จึงอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกัน
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสยบให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วางมือจากการเคลื่อนไหวในทางการเมือง ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะกำราบให้ นายณัฐ วุฒิ ใสยเกื้อ วางมือจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง
เพราะว่าเป้าหมายที่ 2 คนนี้ประกาศต่อกรสัประยุทธ์คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้เป็นใครไหนอื่น