FootNote : ปลายหอก สามัคคีประชาชน พุ่งชนอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เด่นชัดยิ่งว่าไม่เพียงแต่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จะแจ้งเกิดใหม่จาก สถานการณ์ #ม็อบสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ณ สวนสันติพร อนุสรณ์วีรชนพฤษภาประชาธรรม เท่านั้น
หากแม้กระทั่ง นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แห่งกลุ่มญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม 2535 ก็ผงาดขึ้นมาอย่างสูงเด่นในทางการเมือง
แม้ว่าในตอนบ่ายของวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน จะมีฝนกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรง แต่พอถึงเวลานัดหมาย 16.00 น.ฝนก็ซา ฟ้าก็ใส มวลชนเริ่มทยอยเข้าร่วมอย่างคึกคัก หนักแน่น
บรรยากาศอันเป็นด้านหลักแตกต่างไปจากการชุมนุมของ “เยาวชนปลดแอก” ไม่ว่าจะ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะ ณ แยกราชประสงค์ อย่างแน่นอน
แต่ความเหมือนเป็นอย่างมากก็คือ การเข้าร่วมของมวลชน “คนเสื้อแดง” ซึ่งใส่ชุดแดงเข้ายืนเป็นกองเชียร์อย่างคับคั่ง ตั้งแต่เริ่มต้นจน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศสลายการชุมนุม
อย่าแปลกใจหากเมื่อถึงเวลาเคารพเพลงชาติในเวลา 18.00 น. มวลชนเหล่านี้ก็ยืนตรงพร้อมกับชู 3 นิ้วตามความเคยชิน
แม้จะมี “ข่าวลือ” ปลิวว่อนในลักษณะสกัดขัดขวางและสร้างความกังขาให้กับการออกโรงของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ โดยยึดโยงไปยังเบื้องหลังอันมากด้วยสีสันมากมาย
โดยเฉพาะการออกโรงจากภายใน “ทำเนียบรัฐบาล” ประสานกับการป้ายสีจากภายใน “พรรคพลังประชารัฐ”
นั่นก็คือ โยงไปยังการเคลื่อนไหวของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในอดีตที่สัมพันธ์และยึดโยงอยู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร แนบแน่นกับพรรคเพื่อไทย และให้ร้ายว่าเป็นกระบวนการ “สู้แล้วรวย”
แต่ก็ต้องยอมรับว่าการยืนหยัดอย่างแน่วแน่และมั่นคงของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็คือ การปลุกระดมเพื่อเรียกร้องให้ร่วมกันต่อสู้เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จุดยืนนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ กลายเป็น “แม่เหล็ก”แท่งมหึมา
ยิ่งเมื่อจับมือกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จับมือกับ กปปส. ยิ่งทำให้เกิดความหลากหลายจากการสลายสีเสื้อ
ในที่สุด ปรากฎการณ์ “444” ของการสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ คือการเริ่มต้นเคลื่อนไหวเพื่อขับและโค่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จากนี้จะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไปสู่ก้าวที่ 2 ในวันจันทร์ที่ 5 เมษายน โดยพุ่งปลายหอกสู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มียั้ง