FootNote:ภาพคนเสื้อแดง “ชู 3 นิ้ว” กับ การชุมนุม สวนสันติพร
ไม่ว่าการชุมนุมของ”เยาวชนปลดแอก” ไม่ว่าการชุมนุมของ”สามัคคี ประชาชน เพื่อประเทศไทย” การปรากฏขึ้นของ”แกนนำ”มีความสำคัญ ขณะเดียวกัน การดำรงอยู่ของ”มวลชน”ก็ยิ่งสำคัญ
จากภาพที่เห็นในการชุมนุมในการชุมวันแรกอาทิตย์ที่ 4 เมษายน มายังวันที่ 2 วันจันทร์ที่ 5 เมษายน บอกนัยยะอะไรสำคัญ
ที่เห็นอย่างเด่นชัดก็คือเห็นความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน
ไม่ว่า นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ไม่ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ว่า นายวีระ สมความคิด สังคมประจักษ์ในความมุ่งมั่นที่จะชำแหละให้เห็นความเลวร้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ชี้ให้เห็นลักษณะ”ตระบัดสัตย์” นายวีระ สมความคิด ชี้ให้เห็น “การโกหกหลอกลวง” นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ชี้ให้เห็นถึงการสร้างความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน ภาพของมวลชนที่เข้าร่วมและยืนหยัดตั้งแต่วันแรกกระทั่งวันที่สองเด่นชัดว่าด้านหลักเป็นมวลชน”คนเสื้อแดง”
เมื่อการชุมนุมเข้าสู่ระดับอันเข้มข้นและร้อนแรงบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่าง”ผู้นำ”กับ”มวลชน”ก็ดำเนินไปทั้งเป็นเอกภาพ และมีความขัดแย้ง
เอกภาพในที่นี้ก็คือ มวลชนเห็นด้วยกับ”ผู้นำ”ในเรื่องการชูประเด็นขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ในกระแสแห่งการขับไล่และการชุมนุมมวลชนก็มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง
ความเป็นอิสระในที่นี้เด่นชัดว่า “คนเสื้อแดง”เหล่านี้เข้าร่วมทั้งกับม็อบ”ราษฎร”และม็อบ”สวนสันติพร”
อย่าได้แปลกใจหากเมื่อถึงตอนเคารพธงชาติ เวลา 18.00 น.ขณะที่บรรดาแกนนำบนเวทีจะยืนตัวตรง มวลชนเสื้อแดงที่อยู่ข้างหลังก็ชู 3 นิ้วกันสลอน
และพลันที่ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แสดงท่าทีจะไม่ยอมให้มีการชูนิ้วในวันที่ 5 เมษายน ปฏิกิริยาก็เกิดขึ้นจากมวลชนกระทั่งต้อง รีบออกมาขอโทษและยอมรับต่อการแสดงออกผ่านชู 3 นิ้ว
ด้านหนึ่ง แกนนำอาจสามารถดำรงอยู่ในสถานะ”ผู้นำ” ด้านหนึ่ง การนำนั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก”มวลชน”
แม้จะมีความพยายามจำกัดกรอบและขอบเขตอันเป็นเป้าหมายใน การเคลื่อนไหว แต่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดีว่าทิศ ทางของการเคลื่อนไหวจะดำเนินไปท่ามกลางการแปรเปลี่ยน
สถานการณ์แต่ละก้าวย่างจะมีส่วนในการกำหนด มวลชนที่เข้า ร่วมสร้างความคึกคักจะมีส่วนในการบอกแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นใด
เป็นแบบ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือเป็นแบบ”มวลชน”