FootNote:4 ปี ของรัฐธรรมนูญ 2560 “กับดัก” จากอาการแข็งตัว
ไม่ว่าคำประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าคำประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าคำประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
ล้วนมีความมั่นใจเต็มร้อย ทั้งๆที่แนวโน้มเห็นได้เด่นชัดว่า มีความเป็นไปได้ริบหรี่เป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าถ้าหากเป็นร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะรอดสันดอนของ 250 ส.ว.ไปได้ ไม่ว่าถ้าหากเป็นร่างที่เสนอ โดยพรรคพลังประชารัฐก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะรอดสันดอนของฝ่ายค้านไปได้
คำถามก็คือ ทั้งๆที่”ปราการ”อันขวางกั้นอยู่โดยบทบัญญัติของตัวรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เอง แล้วเหตุใดพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย จึงยังคิดจะเดินหน้าเสนอ
นี่ย่อมเป็นท่วงท่าอาการอย่างหนึ่งของการแสดงในทางการเมือง โดยประเมินว่าจะมีผลต่อ”การเลือกตั้ง”ในอีกไม่นาน
“การเลือกตั้ง” ต่างหากคือ “คำตอบสุดท้าย” ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทย
ผ่านการต่อสู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญนับแต่เดือนเมษายน 2560 มายังเดือนเมษายน 2564 เป็นเวลา 4 ปี มีความเด่นชัดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดำรงอยู่ในลักษณะ”ดาบสองคม”
บทบัญญัติต่างๆมีเป้าหมายจะทำลายความแข็งแกร่งของการ เมืองในแบบไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย
ความหมายอย่างตรงตัวคือสกัดสิ่งที่เรียกว่า”ระบอบทักษิณ”
แต่ภายในการสกัดขัดขวาง”ระบอบทักษิณ”ก็สนองให้กับการเกิดขึ้นของแนวโน้มใหม่ในทางการเมืองผ่านการนำเสนอของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผ่าน”อนาคตใหม่”
ขณะเดียวกัน การวางกับดักต่อพรรคเพื่อไทยก็มีผลให้เป็นการวางกับดักต่อพรรคพลังประชารัฐไปด้วย
ความต้องการที่จะปรับแก้เพื่อสร้างทางสะดวกยิ่งขึ้นให้กับ พรรคพลังประชารัฐก็ไม่อาจทำได้อย่างง่ายดาย ราบรื่น
การเลือกตั้งหลังเดือนมีนาคม 2566 อีก 2 ปีข้างหน้าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าที่คิดว่า DESIGN มาเพื่อ”พวกเรา”อันหมายถึงพรรคพลัง ประชารัฐจะยังศักดิ์สิทธิ์เหมือนหลังเดือนมีนาคม 2562 หรือไม่
เพราะไม่เพียงแต่พรรคเพื่อไทยจะปรับตัว หากแม้กระทั่งพรรค ก้าวไกลก็ปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข็งตัวของรัฐธรรมนูญเช่นกัน
ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายค้านต่างพร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่