FootNote:เป้าหมายร่วม แก้รัฐธรรมนูญ กำหนดที่การเลือกตั้ง ปี2566
ทั้งๆที่ปรากฏการณ์เมื่อคืนวันที่ 17 กุมภาพันธ์ มีความเด่นชัดยิ่งว่า หนทางแห่งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มากด้วยอุปสรรคและขวากหนามโดยเฉพาะจาก 250 ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ
แล้วเหตุใดจึงเกิดการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักเป็นอย่างมากสะท้อนให้เห็นความเรียกร้องต้องการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ไม่ว่าคำประกาศจากพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเปิดประตูผ่านมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยจะผนึกพลังร่วมกับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
ไม่ว่าคำประกาศจากพรรคเพื่อไทยที่จะเดินหน้าการแก้ไขเพิ่ม เติมอย่างชนิดยกร่างใหม่ทั้งฉบับโดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 โดยจะผนึกพลังกับพรรคฝ่ายค้านอื่น
ไม่ว่าคำประกาศของกลุ่ม Re-Solution อันเป็นการผนึกพลังระหว่างคณะก้าวหน้ากับกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้าที่จะขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์
รู้ทั้งรู้ว่าหนทางที่จะเดินไปข้างหน้ามากด้วยปัญหา มากด้วยอุปสรรคเหตุใดกลุ่มเหล่านี้จึงเล่นบท”หมูไม่กลัวน้ำร้อน”
หากมองจังหวะก้าวของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการ ปฏิบัติตามพันธะสัญญาณในห้วงแห่งการหาเสียงและในห้วงแห่งการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ
นั่นก็คือ การเสนอเงื่อนไขให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกระทั่งได้รับการบรรจุเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
คำประกาศของพรรคประชาธิปัตย์โดยจะผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อเดินหน้าต่อไปเป้าหมายจึงอยู่ที่อีก 2 ปีข้างหน้า
เป็น 2 ปีข้างหน้าเมื่อเข้าสู่สนาม”การเลือกตั้ง”ในปี 2566
ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่ม Re-Solution ไม่เพียงแต่จะมีเป้าหมายอยู่ที่”การเลือกตั้ง” หากแต่ยังต้องการให้การ เคลื่อนไหวนี้เปิดโปงโฉมหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา
ให้เห็นถึงการเล่นบทจระเข้ขวางคลอง ไม่ว่าจะเป็น 250 ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐก็ตาม
ทุกก้าวแห่งการเคลื่อนไหวในประเด็นเรื่อง”รัฐธรรมนูญ” ไม่ว่าจะมา จากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะ มาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคก้าวไกล
มีเป้าหมายร่วมกัน นั่นก็คือการเคลียร์พื้นที่ไปสู่การเลือกตั้งในปี 2566 เพียงแต่ด้วย”ยุทธวิธี”ที่แตกต่างกันเท่านั้น