FootNote:ความหงุดหงิด พรรคร่วม รัฐบาล หงุดหงิด ประยุทธ์ พลังประชารัฐ
ทำไมพรรคก้าวไกลจึงมากด้วยความมั่นใจต่อแนวโน้มการยุบสภาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะมาจาก นายชัยธวัช ตุลาธน ไม่ว่าจะมาจาก นายพิจารณ์ เชาวพัฒนพงศ์
คำตอบหนึ่งมาจากคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 คำตอบหนึ่งมาจากรากที่มาแห่งความหงุดผ่าน “หมอไม่ทน”
คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ซึ่งออกจากที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 เมษายน
ขณะที่ปฏิบัติการล่ารายชื่อ “หมอไม่ทน” เกิดขึ้นภายหลังการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิดอันมาจากกรณี “ไทยคู่ฟ้าคลับ” และตามมาด้วยการเปิดโปงโทรศัพท์สายด่วน 1966
ไม่ว่า “ไทยคู่ฟ้า คลับ” ไม่ว่าโทรศัพท์ “สายด่วน 1966” เป็นความหงุดหงิดจากภายใน “ทำเนียบรัฐบาล”
ปลายหอกพุ่งเข้าใส่พรรคภูมิใจไทย ปลายหอกพุ่งเข้าใส่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
พลันที่ประสบเข้ากับปฏิบัติการ “หมอไม่ทน” ที่มีผู้ลงชื่อเข้าร่วมทะยานจากหลัก 1 แสนเข้าสู่หลัก 2 แสน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต่อยหมัดเด็ดออกมา
นั่นก็คือ การยืนยันถึงประกาศและบังคับใช้พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563
ระบุว่าอำนาจในการบริหารจัดการเรื่อง “โควิด” มิได้เป็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หากแต่เป็นของหัวหน้าศบค. ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เช่นเดียวกับ ปฏิกิริยาต่อคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 อันมาจากแทบทุกระดับตั้งแต่สมาชิกจนถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เห็นว่าเป็นการดิสเครดิตหรือ “ด้อยค่า” รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดทางโล่งให้กับพรรคพลังประชารัฐ
หากมองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากมองจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดูเหมือนว่าทั้งพรรคภูมิใจไทย ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ เหมือน “หมูอยู่ในอวย” ไม่กล้าหือ มีแต่อืออย่างเดียว
แต่เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เจอเข้าไปเช่นนี้ก็อาจกลายเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ได้เหมือนกัน
แนวโน้มทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในสายตาเฉียบ “ก้าวไกล”