FootNote:ปัญหา ของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ปัญหา ในทาง ศีลธรรม จรรยา
หากถือตามบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ในเมื่อปัญหาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นปัญหาในทาง “จริยธรรม” ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญประกันการอยู่ในตำแหน่งของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ปัญหาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงมิได้เป็นปัญหาของพรรค ประชาธิปัตย์ หากเป็นปัญหาของพรรคพลังประชารัฐ
จำเป็นที่พรรคพลังประชารัฐจะต้องรับผิดชอบ
เหตุผลของพรรคประชาธิปัตย์เช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถ “ลอยตัว” จากปัญหา จาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้อย่างงดงาม (ตามความเข้าใจของพรรคประชาธิปัตย์) เท่านั้น
หากที่สำคัญและทรงความหมายเป็นอย่างมาก ก็ยังเท่ากับเป็นการให้เหตุผลช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถ “ลอยตัว” และไม่จำเป็นต้องแบกรับความรับผิดชอบเหมือนพรรคประชาธิปัตย์
แม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ก็ตาม
คำถามก็คือ ในความเป็นจริงพรรคประชาธิปัตย์หรือแม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถ “ลอยตัว” ไม่ต้องรู้ร้อนรู้หนาวกับกรณีจริยธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้หรือ
ความจริง การที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องคำพิพากษาจากศาลแห่งออสเตรเลีย ติดคุกเป็นเวลา 4 ปี เพราะการขนยาเสพติดเข้าไปในออสเตรเลีย
นี่เป็นเรื่องที่มีหลักฐาน มีคำพิพากษา มีการลงโทษต้องติดคุกอย่างเป็นที่รับรู้กันทั้งในออสเตรเลียและในไทย
ตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ย่อมรู้ดีอย่างที่สุด
กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงปรากฏตั้งแต่ต้นทางเมื่อมีการสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. กลายเป็นคำถามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็จะต้องตรวจสอบกระบวนการตรวจสอบของตน
เท่ากับชี้ชัดว่ามิได้เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น
ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำถามถึงสำนึกแห่ง “จริยธรรม” ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปจนถึงพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค
บทสรุปที่ว่าพลันที่มีคำวินิจฉัยจากคะแนนเสียง 9 ต่อ 0 จากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่างจะจบ ความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ดูเหมือนจะไม่จบตามความปรารถนา
กลายเป็นคำถามในทาง “จริยธรรม” ต่อบรรดา “คนดี” ทั้งหลาย ภายในรัฐบาล ภายในพรรคร่วมรัฐบาล
เป็นคำถามโดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา