บทบรรณาธิการ – ฉนวนดินแดง
ทั้งคำว่า สมรภูมิ ทั้งคำว่า ฉนวน ที่มีผู้ใช้บรรยายพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงว่าเป็นจุดปะทะระหว่างผู้ประท้วงวัยเยาวชนกับเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ล้วนสะท้อนถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่ยืดเยื้อรายวัน
เป็นความรุนแรงที่ยังหาทางยุติไม่ได้ เพราะยังไม่มีความพยายามสร้างสันติใดๆ จากฝ่ายรัฐบาล
ยังไม่มีคำอธิบายจากตำรวจว่า กลุ่มเยาวชนที่ดินแดงมีส่วนร่วมในกิจกรรมของกลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มคาร์ม็อบ กลุ่มไทยไม่ทน กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ หรือกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยอื่นใดหรือไม่
อาจเพราะมัววุ่นอยู่กับยุทธวิธีสลายการชุมนุม ปราบปราม และการใช้อาวุธภายใต้กฎหมายที่คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่กันวันต่อวัน จนไม่มีแผนระยะยาวสำหรับการสร้างความเข้าใจ หรือประนีประนอมทางการเมือง
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าเหตุใดรัฐบาลทิ้งให้ตำรวจผจญอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นคู่กรณี เป็นศัตรูเผชิญหน้า
กระทั่งความรุนแรงและโกลาหลยกระดับ จนผู้ประท้วงถูกยิง โดยที่ตำรวจระบุว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังเป็นฝ่ายถูกทำร้ายบาดเจ็บด้วย
เหตุใดรัฐบาลจึงปล่อยให้สามเหลี่ยมดินแดงถูกเรียกว่า สมรภูมิ เหมือนแดนสงคราม และเป็นฉนวน จนชาวบ้านผู้พักอาศัยและผู้สัญจรผ่านได้รับบาดเจ็บและผลกระทบจากความรุนแรง
ทำไมถึงยังทนดูอยู่ได้
ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนฯ ได้รับมาว่า พื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงถูกกำหนดให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนได้ไม่อั้น ไม่ว่ากระสุนยางหรือแก๊สน้ำตา หากเป็นจริงจะถือว่าเป็นเรื่องรบกวนจิตใจประชาชนอย่างยิ่ง
เพราะจะหมายถึงการใช้เงินภาษีของประชาชนไปกับการใช้กำลังมากกว่าปัญญา
หากรัฐบาลรู้จักใช้ปัญญาต้องหาข้อมูลสำหรับการแก้ไขปัญหาให้ได้ว่า เยาวชนที่มาปะทะในสมรภูมิสามเหลี่ยมดินแดงคือใคร ทำไมต้องมาเสี่ยงกับการถูกยิงทุกวัน มาเพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือมาระบายความโกรธและความ อัดอั้นตันใจต่อรัฐบาล
แต่หากไม่สนใจที่จะหาคำตอบ เพราะเห็นว่าใช้ตำรวจจัดการง่ายกว่า พ้นตัวมากกว่า สามเหลี่ยมดินแดงก็เป็นสมรภูมิและฉนวนต่อไป