FootNote:ในความนิ่ง ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังปรากฏ ประกาย ‘ความหวัง’
มีความแตกต่างอย่างแน่นอนสำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อสถานการณ์ในวันที่ 25 ตุลาคม กับสถานการณ์ที่ประสบเมื่อวันที่ 8 กันยายน
เป็นความแตกต่างที่เมื่อวันที่ 8 กันยายน มีความร้อนรน ขณะที่ในวันที่ 25 ตุลาคม กลับสงบนิ่งอย่างเย็นยะเยือก
น่าเชื่อว่าทุกจังหวะก้าวในวันที่ 25 ตุลาคม ล้วนอยู่ในการรับรู้
ไม่ว่าจะเป็นการเดินพาเหรดจากห้องประชุมครม.เข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในห้องทำงานของเหล่า 6 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ
ภาพ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย นายสุชาติ ชมกลิ่น นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ล้วนอยู่ในความเข้าใจและมองทะลุ
แม้ทั้ง 6 คนตลอดจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีใครพูด
กระนั้น เสียงร่ำลือก็กระหึ่มตั้งแต่เย็นย่ำของค่ำวันที่ 25 ต่อเนื่องไปยังตลอดทั้งวันที่ 26 ตุลาคม
นั่นก็คือ ข่าวการจะอับเปหิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ความจริง ชะตากรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อันสำแดงออกจากภายในทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 25 ตุลาคม แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากที่ เคยเกิดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน
เหตุใดในวันที่ 8 กันยายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงร้อนรน ขณะที่ในวันที่ 25 ตุลาคม จึงเยือกเย็นเปี่ยมด้วยคัมภีรภาพ
คำตอบ 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างสูง สัมผัสได้จากการให้สัมภาษณ์ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในเช้าวันที่ 26 ตุลาคม แม้จะไม่แจ่มชัด แต่ก็แจ่มชัดในระดับที่แน่นอนหนึ่ง
ขณะเดียวกัน คำตอบ 1 มาจากการสรุปบทเรียนจากมรสุมโลหิตเมื่อวันที่ 8 กันยายน ซึ่งตกอยู่ในสถานะถูกรุกและตกเป็นฝ่ายถูก
กระทำแต่ฝ่ายเดียวในทางการเมือง
อย่าได้แปลกใจหากในความเยือกเย็นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะปรากฏการเคลื่อนไหวอย่างอึกทึกกึกก้อง มาจากพื้นที่ของพะเยาบ้านเกิดในทางการเมือง
พะเยาต่างหากคือ ‘ฐานที่มั่น’ อันแข็งแกร่งในทาง ‘การทหาร’
การประชุมในวันที่ 28 ตุลาคม จึงยังมิได้มีคำตอบเพียงว่าจะปลดออก หากแต่ยังมีด้านที่ยังจะเดินหน้าต่อไปจากพื้นฐานเดิม
แม้จะเป็นความหวังอันริบหรี่ แต่ก็ยังมี ‘ประกาย’ ปรากฏอยู่