คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

แก้กฎหมายอาญา

ข้อถกเถียงว่าด้วยการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 กลับมาเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อพรรคการเมืองแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน

มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตัวกฎหมายถูกนำมาใช้อย่างไร เป็นเครื่องมือของฝ่ายถือครองอำนาจรัฐหรือไม่ และมีความเป็นสากลเพียงใด ทำให้ประเทศถูกมองอย่างแปลกแยกหรือไม่

เพราะเจตนารมณ์ของการมีกฎหมายทุกฉบับย่อมมุ่งให้ความเป็นธรรมและยุติธรรมกับประชาชน ไม่ได้มีไว้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง หรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น

แต่ที่ผ่านมากฎหมายถูกใช้โดยผิดเจตนา และเอื้อประโยชน์ทางการเมืองต่อผู้มีอำนาจ

ความเคลื่อนไหวที่พรรคการเมืองเริ่มขยับ ในครั้งนี้มาจากการใช้มาตราทั้งสองจัดการกับผู้ชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

ไม่สามารถแบ่งแยกได้ชัดเจนระหว่างการ ล่วงล้ำกับการแสดงความเห็นโดยสุจริต และ ด้วยเจตนาที่ดีสำหรับประเทศ

ดังนั้นการที่พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของประชาชนจำนวนมาก แสดงจุดยืนว่าจะนำข้อเสนอของภาคประชาชนในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับดำเนินคดีเพื่อจำกัดความคิดเห็นทางการเมืองอย่างล้นเกิน เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา รวมถึงพรรคการเมือง ที่คัดค้านกระบวนการนี้ ย่อมถือเป็นเรื่องปกติ

และเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย

แม้หนทางการแก้กฎหมายที่ยากยิ่งนี้ จะต้องใช้กระบวนการอีกยาวไกล รวมถึงการถกเถียงอย่างหนักระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยม กับฝ่ายเสรีนิยม

แต่อย่างน้อยการที่ผู้แทนของประชาชนเริ่มพูดถึงประเด็นที่ฝ่ายมีอำนาจฉวยใช้กฎหมายด้านความมั่นคงเป็นเครื่องมือกดทับประชาชนฝ่ายตรงข้ามจนเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน จะได้ช่วยทำให้กฎหมายที่สร้างความหวาดกลัว เปลี่ยนจากเรื่องต้องห้ามเป็นเรื่องที่ต้องใช้เหตุผลพูดคุยและถกเถียงกันตามระบอบประชาธิปไตย

ประชาชนจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่างทางความคิดโดยไม่ให้ร้ายหรือทำร้ายกันจนเกินไปในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน