FootNote:ลีลาถอยของ จักรทิพย์ ชัยจินดา สะท้อนยุทธศาสตร์ พลังประชารัฐ
พลันที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ถอยออกจากการเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าฯกทม.’ กรณีของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็มิได้อยู่ในฐานะคู่แห่งความขัดแย้งอีกต่อไป
คำถามอยู่ที่ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ก้าวอีกก้าวต่อไปของ พล.อ.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จะดำเนินไปอย่างไร
คนที่ติดอยู่กับข้อมูลเก่าอันสะท้อนความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ในห้วง 1 ปีที่รณรงค์อยู่ในพื้นที่กทม.ก็จะติดอยู่กับฐานข้อมูลเก่า
ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลความไม่แน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะคะแนนและความนิยมต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูลอันสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
แต่เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาย้ำเน้นในเรื่องความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างตนกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ฐานข้อมูลนี้ก็เกิดการพังทลายไปโดยอัตโนมัติ
สายตาที่มองไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ก็มีการแปรเปลี่ยนและเกิดข้อสันนิษฐานใหม่ในทางการเมืองขึ้นมา
ความหมายมิได้อยู่ที่ว่า การตัดสินใจถอยของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จากพื้นที่กทม.มิได้เป็นเรื่องส่วนตัว หากแต่ดำเนินไปตามยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ
นั่นก็คือ เป็นการตัดสินใจโดยความเห็นชอบร่วมไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ผลสะเทือนจากการตัดสินใจนี้ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นไม่เพียงแต่ว่า แนวโน้มการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่น่าจะเกิดภายหลังการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไป
ขณะเดียวกัน ก็นำไปสู่ความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไป อาจจะมิได้เป็นหลังเดือนมีนาคม 2566 หากแต่เร็วขึ้น
เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2565 มิใช่ในปี 2566
จากนี้จึงเห็นได้ว่า การตัดสินใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา มิได้เป็นเรื่องในทาง ‘ยุทธวิธี’ หากแต่ดำเนินไปบนเส้นทางแห่งการตัดสินใจในทาง ‘ยุทธศาสตร์’
ทั้งยังแอบอิงกับ ‘ยุทธศาสตร์’ ของพรรคพลังประชารัฐ
นี่ย่อมเป็นเรื่องที่สัมพันธ์ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
การตัดสินใจนี้ย่อมส่งแรงสะเทือนในทางการเมืองลึกซึ้ง