FootNote หนทางเลือก ที่ถูกกดดัน ปิดทับ หนทางของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พลันที่ข้อเรียกร้องหนึ่งในการปรับครม.อันมาจากกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พุ่งตรงไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมก็กระทุ้งเข้ากล่องดวงใจของพรรคชาติไทยพัฒนา
กล่าวสำหรับ นายวราวุธ ศิลปะอาชา อาจเผชิญกับข้อเสนอนี้ด้วยความสุขุมเปี่ยมด้วยคัมภีร์ภาพด้วยความเยือกเย็น
กระนั้น ก็อดไม่ได้ที่สถานการณ์อัน นายบรรหาร ศิลปะอาชา เคยประสบเมื่อเดือนกันยายน 2539 ซึ่งเป็นตะกอนนอนอยู่ในก้นแห่งความทรงจำจะหวนกลับมาอีกหน
เนื่องจากสถานการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังประสบในเดือนมกราคม 2565 ละม้ายเหมือนอย่างยิ่งกับที่ นายบรรหาร ศิลปะอาชา เคยประสบเมื่อเดือนกันยายน 2539
นั่นก็คือ มิได้เป็นศึกจาก “ภายนอก” หากแต่เป็นการรุกกระหน่ำเข้ามาจาก “ภายใน” เป็นการกดดันและบีบบังคับจากพวกเดียวกัน
ขณะที่ นายบรรหาร ศิลปะอาชา ถูกกดดันจาก นายเสนาะ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ถูกกดดันจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค

บทเพลง “อย่ายอมแพ้” อัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้องคลออยู่ในระหว่างเปิดเทปดังกึกก้องในห้องประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกอันเด่นชัด
เป็นความรู้สึกเดียวกันกับ นายบรรหาร ศิลปะอาชา เป็นความรู้สึกซึ่งมากด้วยความหงุดหงิด กวนใจ
ความสงสัยมีอยู่ประการเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ แรงบีบอันมาจากพรรคพลังประชารัฐ อันมาจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีเป้าประสงค์อย่างไร
ต้องการเพียง “ตำแหน่ง” หรือว่าต้องการให้เกิดผลสะเทือนมากยิ่งกว่านั้น
ย่อมเป็นคำถามเดียวกันกับของ นายบรรหาร ศิลปะอาชา

หากมองไปยังสถานการณ์เดือนกันยายน 2539 นายบรรหาร ศิลปะอาชา เลือกที่จะ “ยุบสภา” แทนที่จะ “ลาออก” จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามความต้องการของอีกฝ่าย
ถือได้ว่าเป็นปฏิบัติการ “โต้กลับ” และ “สั่งสอน”
คำถามก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเลือกหนทางสายใดไม่ว่า “การปรับครม.” ไม่ว่า “การยุบสภา”
โดยรู้ๆทั้งรู้อยู่ว่านี่มิได้เป็น “ทางเลือก” ที่ตน “ต้องการ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน