ไม่ว่าจะเป็นการขยับเรื่อง “ผู้ว่าฯ กทม.” ไม่ว่าจะเป็นการขยับเรื่อง “เลือกตั้ง” ทั่วไป
สะท้อนให้เห็นการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างความแปลกใจเป็นอย่างสูงให้กับแวดวงในทางการเมือง
เพราะในเดือนพฤษภาคมก็จะมี “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”
ผลก็คือ ไม่เพียงแต่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จะยื่นใบลาออกจาก ส.ส.ทันที หาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็เริ่ม “เปิดตัว” นโยบายอย่างเป็นจังหวะก้าว
ความคึกคักแพร่กระจายขยายไปอย่างรวดเร็ว
คําถามก็คือ เหตุปัจจัยอะไรทำให้เกิดการขยับในเรื่องเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.”
เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม เป็นความพร้อมจากคำยืนยันของพรรคพลังประชารัฐ กระนั้นหรือ
หากดูจากผลการเลือกตั้ง “จตุจักร หลักสี่” ก็ไม่เป็นไปได้
หรือเพราะว่ามีความมั่นใจในการเข้าไปครอบครองพรรคพลังประชารัฐ หรือเพราะว่าการตระเตรียมในเรื่อง “ไทยสร้างสรรค์” สามารถเดินหน้าไปได้
จึงได้มีการขยับ จึงได้มีการปรับตัวครั้งใหญ่
บรรดาผู้ที่มีประสบการณ์กับ “คสช.” อาจออกมาเตือนด้วยความห่วงใยว่าอย่าตายใจ
เพราะทั้งหมดนี้เสมอเป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งภายในกระบวนการ “ลับ ลวง พราง” ที่ทหารมีความจัดเจนตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
เป็นการนำเสนอเพื่อจุดประกายแห่ง “ความหวัง”
เหมือนกับการนำเสนอบทเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา” เมื่อหลังรัฐประหาร 2557
แล้วกว่าจะได้เลือกตั้งก็เดือนมีนาคม 2562
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำเนินกลยุทธ์ “ลับ ลวง พราง” ทางการเมืองแบบไหน
กระนั้น ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือ การรุกไล่ทางการเมืองได้ปะทุขึ้นจาก “ภายนอก” ผ่านบทบาทของ โทนี่ วู้ดซัม อย่างต่อเนื่อง
และ “ภายใน” ก็จาก “ศัตรูของศัตรู” ย่อมเป็น “พันธมิตร”