การเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อตระเตรียมไว้รองรับกับการไปต่อของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินไปในลัก ษณะเป็นดาบสองคมในทางการเมือง

คมที่ 1 สะท้อนและยืนยันว่า พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้ตกอยู่ในภาวะสิ้นไร้ไม้ตอก

ยังมีหนทางเหลืออยู่และมากด้วยความหมาย

ขณะเดียวกันคมที่ 1 ก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำและยืนยันด้วยว่าความสัมพันธ์ที่เคยราบรื่นและงดงามระหว่าง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เป็นอย่างที่เคยเป็น

ความไม่ราบรื่นเช่นนี้จึงเหมือนกับเป็นเครื่องฟ้องให้เห็นว่าท่าทีและการแสดงออกก่อนหน้านี้ที่ว่า “3 .ฟอร์เอฟเวอร์มีแต่ความตายเท่านั้นที่พรากออกจากกันไม่ได้เป็นจริง

ทุกอย่างเสมอเป็นเพียงการเล่นละครเป็นมวยล้มต้มคนดู

เพราะหากทุกอย่างราบรื่นเหมือนกับที่เคยยืนยันมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปตระเตรียมพรรครวมไทยสร้างชาติขึ้นมา

นั่นก็เนื่องจากมียุทธการบีบไข่กดดันทางการเมืองแน่ชัด

ข้อน่าสังเกตประการหนึ่งซึ่งไม่ควรมองข้ามก็คือ สถานะและเกียรติภูมทางการเมืองนับจากเดือนมกราคมต่อเนื่องมายังเดือนกุมาพันธ์ ดำรงอยู่อย่างท้าทายด้วยทวิลักษณะ

ทางหนึ่งสัมผัสได้ในความเสื่อมทรุดตกต่ำเห็นได้จากความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรคพลังประชารัฐ

ส่งผลให้สถานการณ์การประชุมสภาทุลักทุเลร่อแร่ล่มต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันทางหนึ่งมีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งประกาศและให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยภักดีไม่ว่าจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทยหรือแม้กระทั่งพรรคกล้า

กระนั้นเมื่อประเมินความหมายของพรรคการเมืองเหล่านี้ก็มิ

ได้แข็งแกร่งและมั่นคง ทางออกจึงต้องสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติ

การพลิกฟื้นพรรครวมไทยสร้างชาติสะท้อนถึงการถอยของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ในทางการทหารถือ ได้ว่าเป็นการถอยในทางยุทธศาสตร์

นั่นก็คือมิได้ถอยอย่างหนียะย่ายพ่ายจะแจร่อแร่ปางตาย

เพียงแต่ภายในการถอยพรรครวมไทยสร้างชาติจะระดมสรรพกำลังเข้ามาอย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายก็ยึดกุมปัจจัยต่างๆในทางดาร้มิงอยู่ในมือ

นั่นหมายถึงพลังอำนาจในการต่อรองก็ถอยถดลดด้อยด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน