สถาบันวิจัยอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของนิตยสารชื่อดังระดับโลก ดิ อีโคโนมิสต์ วิเคราะห์ประเทศไทยล่าสุด
เปิดเผยรายงาน ดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2564 จัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มี “ประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์” โดยได้คะแนนอยู่ที่ 6.04 เท่ากันกับปี 2563
แต่ยังมีอันดับที่สูงขึ้นมา 1 อันดับ คืออยู่ที่อันดับที่ 72 จากการจัดอันดับทั้งหมด 167 ประเทศ และอยู่ในลำดับที่ 6 ของประเทศกลุ่มอาเซียน
โดยอยู่ในกลุ่มประเทศ “ประชาธิปไตย ไม่สมบูรณ์” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2562
ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “กึ่งเผด็จการกึ่งประชาธิปไตย” รวมเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน
เนื่องมาจากการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในปี 2557
แต่หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 ก็ได้รับการจัดอันดับใหม่ แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญยังให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง
โดยเฉพาะการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้
การที่จะให้ประเทศมีประชาธิปไตย จะต้องมีรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน และประชาชนมีส่วนในการร่างขึ้นเอง
ที่ผ่านมา แม้ว่าภาคประชาชน และพรรคการเมือง แสดงเจตจำนงขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยในสังคมโลก
แต่ก็ถูกคัดค้าน ตีตกโดยสมาชิกวุฒิสภาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้ออำนาจและผลประโยชน์ในที่สุด
การที่ประเทศไทยจะมีประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์ได้ จึงต้องมีรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจและเห็นประชาชนเป็นใหญ่เท่านั้น